ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท ชูธุรกิจโลจิสติกส์ น้ำ และไฟฟ้า เติบโตแข็งแกร่ง แย้มครึ่งปีหลังเตรียมรับรู้รายได้โอนที่ดินเพิ่ม พร้อมจ่อขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR มูลค่ารวมกว่า 3.7 พันล้านบาท
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 6,454.3 ล้านบาท (ลดลง 30.8% Y-Y) และมีกำไรปกติรวม 2,084.5 ล้านบาท (ลดลง 33.8% Y-Y)
ขณะที่งวดไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,160.3 ล้านบาท และกำไรปกติ 639.6 ล้านบาท
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA Group เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก WHA Group ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนใน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้:
1. ธุรกิจโลจิสติกส์: โตแกร่ง 19.2% เตรียมขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์
รายได้และส่วนแบ่งกำไรในช่วงครึ่งแรกปี 2569 เติบโต 19.2% (Y-Y) มีการลงนามสัญญาใหม่ (Built-to-Suit และสำเร็จรูป) เพิ่มขึ้น 52,989 ตร.ม. และสัญญาเช่าระยะสั้นผลตอบแทนสูงอีก 72,995 ตร.ม. ปัจจุบันมีพื้นที่บริหารจัดการรวม 3,239,607 ตร.ม.
-
ไฮไลต์ไตรมาส 2: เซ็นสัญญาเช่าพื้นที่เก็บสินค้าอันตรายกว่า 4,700 ตร.ม. และได้รับเลือกจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำอีก 38,158 ตร.ม. (มูลค่าสัญญา 828 ล้านบาท)
-
การขยายเฟสใหม่: เตรียมเปิด WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม. 4 (เฟส 1) และเทพารักษ์ กม. 21 (เฟส 3) รวมถึงขยายศูนย์โลจิสติกส์ในเวียดนามที่จังหวัดทัญฮว้า
-
แผนขายสินทรัพย์: เตรียมขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ WHART (มูลค่า 2,508 ล้านบาท) และ WHAIR (มูลค่า 1,235 ล้านบาท) คาดรับรู้รายได้ช่วงครึ่งปีหลัง
2. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม: รับอานิสงส์ย้ายฐานทุน FDI พุ่ง
ครึ่งแรกปี 2569 มียอดขายที่ดินรวม 1,199 ไร่, ยอด MOU 217 ไร่, ยอดโอนที่ดิน 505 ไร่ และมียอดรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) 1,464 ไร่ ได้รับปัจจัยหนุนจากการย้ายฐานการลงทุนมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในไตรมาส 2 เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินเพิ่ม 248 ไร่ ปัจจุบันเร่งพัฒนา WHA ESIE 5 (7,370 ไร่) ในไทย และเร่งพัฒนานิคมฯ ในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง
3. ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ): ยอดขายพุ่ง ดันรายได้โต 26.7%
มียอดขายและบริหารน้ำทั้งในและต่างประเทศรวม 87.1 ล้านลูกบาศก์เมตร ดันรายได้และส่วนแบ่งกำไรเติบโต 26.7% จากความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มโรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และยานยนต์ พร้อมรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมใช้น้ำเกินโควตา (Capacity Charge) 58.7 ล้านบาท ปัจจุบันเดินหน้าสร้างระบบบำบัดน้ำใหม่ในหลายนิคมฯ เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ระยะยาว
4. ธุรกิจไฟฟ้า: โซลาร์โต 60% ลุยศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (SMR)
มียอดขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 156.4 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 60% ไตรมาส 2 พลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรปกติ 379 ล้านบาท ล่าสุดจับมือ “สินแพทย์” ศึกษาการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (Direct PPA) และศึกษาการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (SMR) เพื่อผลิตพลังงานสะอาดที่มีความเสถียร
5. ธุรกิจโมบิลิตี้ และ ดิจิทัล: ยกระดับกรีนโลจิสติกส์และ AI
-
โมบิลิตี้: ให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายใต้แบรนด์ Mobilix สะสมรวม 414 คัน
-
ดิจิทัล: เดินหน้าโรดแมพ “Flight of the Future” มุ่งสู่ระบบนิเวศองค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise Ecosystem) ภายในปี 2028 พร้อมนำ AI มาใช้งานจริงผ่านโครงการ WHA AI Level UP
“ความสำเร็จในครึ่งปีแรก ถือเป็นการตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก สะท้อนผ่านการคว้าอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ จาก S&P Global CSA 2025 และติดทำเนียบ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่” นางสาวจรีพร กล่าวทิ้งท้าย

