SMART เผย Q2/69 รายได้ 101.94 ลบ. กำไรสุทธิโต 124% รับอานิสงส์ EEC โรงงาน – Data Center บูม

สมาร์ทคอนกรีต (SMART) โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 กวาดรายได้รวม 101.94 ล้านบาท ดันกำไรสุทธิพุ่ง 124% โชว์ฐานะการเงินแกร่ง D/E ต่ำเพียง 0.17 เท่า รับอานิสงส์การเร่งลงทุนภาคเอกชนใน EEC กลุ่มโรงงาน คลังสินค้า และ Data Center ชูกลยุทธ์เชิงรุกคุมต้นทุน เดินหน้าองค์กรตามแนวทาง ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2569

เจาะลึกผลประกอบการ Q2/69 และครึ่งปีแรก

  • ไตรมาส 2/2569: บริษัทมีรายได้รวม 101.94 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.16% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 93.38 ล้านบาท) และมีกำไรสุทธิ 4.42 ล้านบาท (เติบโตสูงถึง 124% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1.97 ล้านบาท)

  • งวดครึ่งปีแรก 2569: บริษัทมีรายได้รวม 193.37 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7.95 ล้านบาท

ปัจจัยหนุนการเติบโต: อานิสงส์ EEC และ Data Center

ผลประกอบการที่เติบโตได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการฟื้นตัวของภาคก่อสร้าง และการเร่งลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะกลุ่ม:

  • โรงงานอุตสาหกรรม

  • คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า

  • ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประกอบกับความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างผนังของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยปัจจุบัน SMART มีสัดส่วนงานโครงการภาคเอกชนประมาณ 80% และโครงการภาครัฐประมาณ 20% ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้

สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ของบริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) กำไรสุทธิโต 124%
SMART โชว์ฐานะการเงินแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569 ทำรายได้ 101.94 ล้านบาท และอัตราส่วน D/E ต่ำเพียง 0.17 เท่า

ฐานะการเงินแกร่ง ชูกลยุทธ์บริหารต้นทุนเชิงรุก

แม้ตลาดที่อยู่อาศัยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และมีการแข่งขันสูง แต่บริษัทยังสามารถรักษาผลประกอบการและฐานะทางการเงินได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.17 เท่า สะท้อนถึงวินัยทางการเงินและการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ

“บริษัทมุ่งเน้นบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนเชิงรุก ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ควบคุมการใช้พลังงานและวัตถุดิบ การลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายสินค้ามูลค่าเพิ่ม (Value-added) การบริหารจัดซื้ออย่างเข้มงวด และดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน” นายรังสี กล่าวทิ้งท้าย

การนำผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาและบล็อกตกแต่งของ SMART ไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบตกแต่งร้านคาเฟ่และบาร์
ผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาและบล็อกตกแต่งจาก SMART ตอบโจทย์การก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานและการดีไซน์ที่สวยงาม