GCAP GOLD ชี้ราคาทองคำจ่อแกว่งตัวผันผวนสูง แนะจับตา 2 ปัจจัยสำคัญ ทั้งความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ กำหนดทิศทางดอลลาร์และดอกเบี้ยเฟด ฝ่ายวิเคราะห์แนะรอจังหวะย่อตัวเข้าซื้อที่แนวรับสำคัญ $4,160–$4,120
กรุงเทพฯ – นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในระยะนี้มีแนวโน้มผันผวนระดับสูง พร้อมแนะนักลงทุนจับตา 2 ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดทิศทางราคาอย่างใกล้ชิด ได้แก่:
-
ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน: ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
-
การรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ: ดัชนีชี้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

จับตาเจรจาเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” คลายความตึงเครียดระยะสั้น
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระงับแผนโจมตีอิหร่านเพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ ล่าสุดสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งความคืบหน้าดังกล่าวช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น
“ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามองในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก หากการเจรจาประสบความสำเร็จ และเปิดการเดินเรือได้เต็มรูปแบบ จะช่วยคลายแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อลง อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านยังไม่ตอบรับเงื่อนไขทำให้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและพร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” นางสาวอารีรัตน์ กล่าว
ลุ้นตัวเลข Nonfarm Payrolls สหรัฐฯ ชี้ชะตาดอลลาร์-ดอกเบี้ยเฟด
ขณะเดียวกัน สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาคือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเดือน ก.ค. จะเพิ่มขึ้นราว 85,000 ตำแหน่ง จาก 57,000 ตำแหน่งในเดือน มิ.ย. 2569 ส่วนอัตราการว่างงานมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 4.2%
-
กรณีตัวเลขตามคาดหรือดีกว่าคาด: เฟดอาจเดินหน้านโยบายการเงินเข้มงวด ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำให้มีจังหวะย่อตัว ซึ่งถือเป็นโอกาสในการรอสะสม
-
กรณีตัวเลขต่ำกว่าคาด: จะยิ่งลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ
เปิดแนวรับ-แนวต้านสำคัญ พร้อมกลยุทธ์การลงทุน
ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินกลยุทธ์ “รอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ” พร้อมหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาปรับขึ้นแรง เนื่องจากราคาทองคำเพิ่งทะลุกรอบ Sideway ทำให้การเคลื่อนไหวระยะสั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความผันผวนสูง
-
แนวรับสำคัญ: $4,160–$4,120 (ราคาทองคำแท่งในประเทศประมาณ 64,800–64,500 บาท) ซึ่งเป็นโซนที่ราคามีโอกาสย่อตัวกลับลงมารีเทสต์หลังเบรกกรอบขึ้น หากยืนเหนือแนวรับได้มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นต่อ
-
แนวต้านสำคัญ: $4,330–$4,365 (ราคาทองคำแท่งในประเทศประมาณ 67,300–67,800 บาท)
-
ข้อควรระวัง: หากราคาปรับตัวลงหลุดระดับ $4,120 ควรชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินแนวรับถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้น

