PHAT ประกาศเคาะราคาขายหุ้น IPO ที่ 2.00 บาทต่อหุ้น เตรียมเปิดจองซื้อ 4-6 สิงหาคม 2569 พร้อมลงสนามเทรดตลาด mai ภายในเดือนเดียวกัน ลุยระดมทุนขยายอาณาจักรปาล์มน้ำมันครบวงจร สร้างโรงงาน CPKO และ Biogas อัปมาร์จิ้นพุ่ง ด้านผู้ถือหุ้นเดิมพร้อมใจ Lock up 70% ตอกย้ำความเชื่อมั่นศักยภาพธุรกิจเติบโตระยะยาว
PHAT เคาะราคา IPO 2.00 บาท เตรียมเข้าเทรด mai
PHAT เคาะราคาไอพีโอ หุ้นละ 2.00 บาท เสนอขาย 118.86 ล้านหุ้น เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 เตรียมเข้าเทรดตลาด mai ภายในเดือนเดียวกัน ลุยระดมทุนต่อยอดธุรกิจ ก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันจากเมล็ดในปาล์มและโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ ดันอัตรากำไรพุ่ง ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมพร้อมใจ Lock Up ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพธุรกิจระยะยาว
นางสาวนันทรัตน์ แสงสุวรรณนุกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วมของ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT ผู้ประกอบธุรกิจสกัดน้ำมันปาล์มดิบและส่งออกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากปาล์มในอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ว่า PHAT พร้อมเสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรกต่อประชาชน (IPO)
จำนวน 118.86 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.21 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
ที่ราคา 2.00 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
เปิดให้นักลงทุนจองซื้อ ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569
คาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายวันแรก ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายว่า PHAT
ชูจุดเด่นราคาเหมาะสม P/E ต่ำ 5.91 เท่า
สำหรับราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 2.00 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน สอดคล้องกับสภาวะของตลาดในปัจจุบัน และอัตราการเติบโตของบริษัทในอนาคต โดยราคาเสนอขาย คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ประมาณ 5.91 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 ซึ่งเท่ากับ 159.62 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 471.43 ล้านหุ้น เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“SET”) ในหมวดธุรกิจการเกษตร และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (“MAI”) ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัท พบว่า มีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ในช่วงระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.72 เท่า
ทั้งนี้ PHAT ได้ลงนามแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม พร้อมแต่งตั้งผู้จัดจำหน่าย อีก 2 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด

พื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง โอกาสเติบโตในตลาดโลก
ด้าน นางปิ่นมณี เมฆมัณฑนา กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม กล่าวว่า PHAT เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ที่มีความแข็งแกร่งด้วย
ผู้ก่อตั้งมีความเชี่ยวชาญ ในการให้คำปรึกษา การออกแบบ และการก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบในภาคใต้อย่างครบวงจรมากว่า 30 ปี รวมถึงทีมผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ทำให้ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและระดับโลกให้การยอมรับ
มีโรงงานสกัดตั้งอยู่ในจังหวัดกระบี่ พื้นที่แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันสำคัญของภาคใต้ ทำให้มีวัตถุดิบรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างเพียงพอ และอยู่ใกล้ท่าเรือส่งออกจังหวัดภูเก็ต จึงมีความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์
ผลการดำเนินงานของบริษัทมีความโดดเด่น ทั้งอัตรากำไรขั้นต้น กำไรสุทธิ ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) และการบริหารกระแสเงินสด สะท้อนถึงประสิทธิภาพทางการเงินและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
มีโอกาสขยายตลาดสู่ต่างประเทศเพิ่ม จากปัจจุบัน และได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี (BOI) บัตรส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ (ม.ค. 2568) ให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นเวลา 5 ปี
จึงเชื่อมั่นว่าการเสนอขายหุ้น IPO ของ PHAT ในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนและผู้สนใจ
ขณะที่ นางดาริน กาญจนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออพท์เอเชีย แคปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน PHAT กล่าวเพิ่มเติมว่า การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้บริษัทและเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต พร้อมมองเห็นโอกาสจากแผนขยายกำลังการผลิตและต่อยอดธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้ใหม่และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า PHAT จะเป็นหุ้นคุณภาพที่เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่ในปัจจุบันมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดย PHAT ถือเป็นหุ้น Defensive ที่มีแผนธุรกิจชัดเจนเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ทั้งการขยายกำลังการผลิตที่ก่อสร้างเสร็จแล้วในช่วงต้นไตรมาสที่ 3 ปี 2569 และพร้อมดำเนินการ การลงทุนในโรงงาน CPKO และโครงการ Biogas รวมถึงการดำเนินงานตามมาตรฐาน RSPO ซึ่งเป็น Growth Story ที่จะผลักดันการเติบโตและสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ผู้ถือหุ้นใหญ่ Lock Up 70% ตอกย้ำความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมได้สมัครใจไม่ขายหุ้นและลงนามในสัญญา Voluntary IPO Lock Up เป็นเวลา 6 เดือน เมื่อรวมกับ จำนวนหุ้นเดิมที่ถูกห้ามซื้อขายตามเกณฑ์ Silent Period ส่งผลให้มีหุ้นเดิมถูกห้ามซื้อขายรวม 330 ล้านหุ้น หรือร้อยละ 70 ของทุนชำระแล้วหลัง IPO สะท้อนถึงความมั่นใจในการลงทุนระยะกลางถึงยาว
นายสมนึก จันทวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ว่า นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบริษัทสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และขีดความสามารถการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ตามปริมาณการใช้น้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง รองรับการลงทุนเพื่อสร้างรายได้และกำไรใหม่ ๆ พร้อมต่อยอดศักยภาพการเติบโตในอนาคต สอดรับกับความต้องการพลังงานที่ขยายตัวและความต้องการการใช้น้ำมันปาล์มที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก ช่วยผลักดันผลการดำเนินงานของ PHAT ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
สำหรับ PHAT ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ เมล็ดในปาล์ม รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิต เช่น กะลาปาล์ม เส้นใย และทะลายปาล์ม ซึ่งสามารถนำไปใช้ต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ภายใต้แนวทาง Zero Waste Management เพื่อลดการสูญเสียและสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนการให้ความสำคัญกับมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainable Palm Oil) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน และความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“ด้วยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจและการดำเนินงานที่ยึดหลักความยั่งยืน บริษัทมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน สะท้อนถึงความพร้อมของ PHAT ในการสร้างการเติบโตระยะยาวและสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น” นายสมนึก กล่าว
งบการเงินฟื้นตัวแรง ขยายฐานตลาดต่างประเทศ
ด้าน นายพีรณัฐ สวัสดิจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน เปิดเผยว่า ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตต่อเนื่อง โดย
ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,620.05 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 5.69 ล้านบาท
ปี 2567 มีรายได้รวม 1,627.99 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 44.67 ล้านบาท
ปี 2568 มีรายได้รวม 2,377.51 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 109.09 ล้านบาท
ไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 785.02 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3.47 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 273.32 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 47.06 ล้านบาท สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่โดดเด่นและประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน บริษัทมีรายได้หลักจากน้ำมันปาล์มดิบ และเมล็ดในปาล์ม ร้อยละ 90 ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากผลิตภัณฑ์พลอยได้ โดยตั้งแต่ปี 2568 บริษัทได้ขยายตลาดไปยังอินเดีย ทำให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 ในไตรมาส 1/2569 จากเดิมร้อยละ 20 ในปี 2568 สะท้อนถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและเจาะตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงแห่งเดียว
สำหรับเงินจากการระดมทุน บริษัทมีแผนนำไปเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยนอกจากจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับกำลังการผลิตส่วนเพิ่มที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ บริษัทยังจะลงทุนก่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) ในพื้นที่เดิม เพื่อต่อยอด High margin Product โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 4 ปี 2570 รวมถึงโครงการผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อลดต้นทุนพลังงานและรองรับการเติบโตในระยะยาว


