SCB EIC ชี้เศรษฐกิจไทย H2/69 ฟื้นตัวเปราะบาง จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-กำแพงภาษีสหรัฐฯ

SCB EIC ประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2569 เติบโตช้ากว่าครึ่งปีแรก รับแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ เสี่ยงโดนกำแพงภาษีสหรัฐฯ และแรงหนุนภาครัฐที่แผ่วลงช่วงปลายปี คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปีเพื่อประคองเศรษฐกิจและดูแลลูกหนี้เปราะบาง

สัญญาณฟื้นตัวเปราะบาง ท่ามกลางความเสี่ยงภายนอก

ข้อมูลเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นบ้าง หลังจากแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลางคลี่คลายลงชั่วคราว ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการลงทุนและการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป

อย่างไรก็ตาม SCB EIC ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี (H2/2569) จะขยายตัวช้ากว่าครึ่งปีแรกและยังมีความเปราะบางสูง โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่แรงส่งจากภาครัฐจะลดลง ท่ามกลางความเสี่ยงภายนอกที่อาจเข้ามากดดันการค้าและต้นทุน ได้แก่:

  • สงครามตะวันออกกลาง: ความตึงเครียดที่กลับมาปะทุขึ้นในเดือนกรกฎาคมและมีแนวโน้มยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและการท่องเที่ยว

  • กำแพงภาษีสหรัฐฯ: ไทยมีความเสี่ยงถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 12.5% ตามมาตรา 301 รวมถึงประเด็นแรงงานภาคบังคับ (Forced labour)

  • การสอบสวนกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity): ไทยเป็น 1 ใน 16 ประเทศที่กำลังถูกสอบสวน

  • ปรากฏการณ์ Super El Nino: เสี่ยงกระทบผลผลิตทางการเกษตร ซ้ำเติมต้นทุนปุ๋ย และกดดันรายได้ของเกษตรกรในปี 2569

นโยบายภาครัฐช่วยพยุงระยะสั้น แต่พื้นที่การคลังจำกัด

แม้นโยบายภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถสร้างแรงส่งใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

  • มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ: เม็ดเงินช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการไทยช่วยไทย จะช่วยพยุงกำลังซื้อในไตรมาส 3

  • แผนการใช้จ่ายงบประมาณ: แม้รัฐบาลจะเดินหน้าแผนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท (เน้นด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท) แต่ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ขยายตัวเพียง 0.2% และงบลงทุนหดตัวถึง -8.4% สะท้อนถึงพื้นที่นโยบายการคลังที่เริ่มจำกัด

  • มาตรการพลังงาน: กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลับมาชดเชยราคาน้ำมันอีกครั้ง และมีแผนนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาพยุงราคาขายปลีกไม่ให้เกิน 35 บาทต่อลิตร ขณะที่ค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2569 มีแนวโน้มตรึงไว้ที่ 3.95 บาท โดยใช้เงินอุดหนุนจากการไฟฟ้าฯ (เงิน Claw back)

โลโก้ SCB EIC ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์
ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงเผชิญความเปราะบางจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า

คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1% ตลอดปี ประคองเศรษฐกิจ

ด้านทิศทางนโยบายการเงิน SCB EIC มองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดทั้งปี เนื่องจากเงินเฟ้อไทยยังมาจากปัจจัยภายนอก (ราคาพลังงานโลก) เป็นหลัก และอยู่ในกรอบเป้าหมาย

การคงดอกเบี้ยในระดับผ่อนคลายจะช่วยประคองเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่ทั่วถึงและต่ำกว่าระดับศักยภาพ โดย ธปท. จะหันไปให้ความสำคัญกับมาตรการเฉพาะจุด เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SMEs ที่ยังเผชิญภาวะการเงินตึงตัว

เศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดัน ดอกเบี้ยสูงยืดเยื้อ

สำหรับเศรษฐกิจโลกในช่วงที่เหลือของปี 2569 SCB EIC คงประมาณการเติบโตไว้ที่ 2.5% แต่ประเมินว่าความเสี่ยงด้านลบมีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นหลังข้อตกลงเบื้องต้นสหรัฐฯ-อิหร่านสิ้นสุดลง และนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

  • สหรัฐอเมริกา: ได้แรงหนุนจากการลงทุน AI และตลาดแรงงานที่มั่นคง แต่มีความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและนโยบายการค้า

  • จีน: ขยายตัวชะลอลงในไตรมาส 2 จากอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ ต้องพึ่งพาภาคการผลิตและส่งออก

  • ญี่ปุ่น: ขับเคลื่อนด้วยค่าจ้างและการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

  • ยูโรโซน: ขยายตัวต่ำตามภาคการผลิตที่ชะลอลง

ทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลางหลัก: ภาวะการเงินโลกยังมีแนวโน้มตึงตัวและต้นทุนการเงินจะยังไม่ผ่อนคลายได้เร็ว

  • Fed (สหรัฐฯ): คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.5-3.75% ตลอดปี

  • ECB (ยุโรป): มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งสู่ระดับ 2.5%

  • BOJ (ญี่ปุ่น): คาดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ตลอดปี

(อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มได้ที่: https://www.scbeic.com/th/detail/product/eic-monthly-0726)