GCAP GOLD ชี้เฟดเปลี่ยนเกม “ลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย” หนุนทองคำฟื้นตัว แนะกลยุทธ์ย่อสะสม ลุ้นแตะ 66,700 บาท

จีแคป (GCAP GOLD) ประเมินทิศทางทองคำรับอานิสงส์เชิงบวก หลังเฟดส่อแววเปลี่ยนนโยบายการเงินหันลดขนาดงบดุลแทนการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่า ด้านเทคนิคเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แนะกลยุทธ์ “ย่อตัวทยอยสะสม” ลุ้นทดสอบแนวต้าน $4,200 หรือราว 66,700 บาท

เฟดส่อเปลี่ยนเกม หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการเปลี่ยนแปลงแนวทางดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช หลังเริ่มส่งสัญญาณให้น้ำหนักกับการลดขนาดงบดุล (Balance Sheet) มากกว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

หากแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อาจสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งหากปรับตัวสูงขึ้น อาจกลับมากดดันราคาทองคำได้เช่นกัน

การส่งสัญญาณดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก เควิน วอร์ช ให้การต่อรัฐสภาสหรัฐฯ โดยระบุว่า การทบทวนงบดุลของเฟดซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะครอบคลุมถึงการกำหนดระดับเงินสำรองที่เหมาะสมของระบบการเงิน ซึ่งทำให้เฟดยังจำเป็นต้องถือครองพันธบัตรรัฐบาลในระดับหนึ่ง แนวคิดนี้สอดคล้องกับจุดยืนในอดีตของเขาที่เคยคัดค้านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) พร้อมมองว่าเฟดสามารถปรับโครงสร้างงบดุลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีความยั่งยืนมากขึ้นได้

ภาพทองคำแท่ง GCAP GOLD ขนาด 50 บาท (96.5%) และขนาด 1 กิโลกรัม (99.9%) ในมือผู้เชี่ยวชาญสวมถุงมือสีขาว
ทิศทางราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวรับกระแสธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เปลี่ยนแนวนโยบายการเงิน หนุนความน่าสนใจในการถือครองทองคำแท่ง

จับตาผลกระทบ “หมากการเงินใหม่” ต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ประเมินว่า หมากการเงินใหม่ของเฟดที่เน้น “ลดงบดุลแต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย” อาจไม่ได้ส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ หากไม่สามารถผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้น โดยยกตัวอย่างกรณีของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้จะทยอยลดขนาดงบดุล แต่ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลง

นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายดังกล่าวยังอาจสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวและต้นทุนการกู้ยืมไม่ให้สูงขึ้น สะท้อนว่าผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และขึ้นอยู่กับการตอบรับของตลาดในระยะต่อไป

สัญญาณเทคนิคหนุนทองฟื้น ชูกลยุทธ์ “ย่อตัวทยอยสะสม”

ด้านฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ประเมินว่า ภาพรวมราคาทองคำเริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังแรงขายในภาพใหญ่ชะลอตัวลง แม้จะยังไม่ยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจนในระยะสั้นก็ตาม

หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ $4,100 ได้อย่างมั่นคง จะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบที่ระดับ $4,200 (ราคาทองคำไทยประมาณ 66,700 บาท) ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญของการฟื้นตัวในระยะสั้น ในทางกลับกัน หากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ อาจเผชิญแรงขายกดดันให้กลับลงมาทดสอบแนวรับที่ $4,065–$4,000 (ราคาทองคำไทยประมาณ 65,200–64,500 บาท) ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่าเป็นโซนที่เหมาะสมสำหรับกลยุทธ์ “ย่อตัวทยอยสะสม”