AEC ผงาดนำทัพคุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงเข้ม “รังสิต–มธ. ศูนย์รังสิต” มูลค่ากว่า 6,057 ล้านบาท จ่อเปิดหวูดปี 72

AEC บริษัทในกลุ่ม STI โชว์ศักยภาพผู้นำกลุ่มที่ปรึกษา เซ็นสัญญาคุมงานก่อสร้างบิ๊กโปรเจกต์รถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มูลค่าก่อสร้างกว่า 6,057 ล้านบาท เตรียมผุด 4 สถานีใหม่ คาดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการปี 2572

AEC คว้าบิ๊กโปรเจกต์ คุมงานสร้างรถไฟสายสีแดงเข้ม

บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด หรือ AEC บริษัทในกลุ่ม บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI เดินหน้าสานต่อบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ ในฐานะผู้นำกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

โดย นายไพบูลย์ โชคไพรสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AEC ได้ลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมูลค่างานก่อสร้างกว่า 6,057 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของ AEC ด้านการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายระบบรางของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน

เปิดสเปกโครงการ 8.84 กม. ผุด 4 สถานีใหม่

สำหรับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีระยะทางรวม 8.84 กิโลเมตร เป็นลักษณะทางรถไฟระดับดิน พร้อมดำเนินการก่อสร้างสถานีใหม่เพิ่มเติมจำนวน 4 สถานี ประกอบด้วย:

  • สถานีคลองหนึ่ง

  • สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

  • สถานีเชียงราก

  • สถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

โดยพื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณด้านขวาของแนวทางรถไฟเดิม

คาดเปิดให้บริการปี 2572 ยกระดับคมนาคมกรุงเทพฯ-ปทุมธานี

โครงการดังกล่าวมีกำหนดใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 36 เดือน และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2572

เมื่อเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างจังหวัดปทุมธานีกับกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟชานเมืองสายสีแดงได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสถานศึกษา แหล่งงาน และชุมชนสำคัญ นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น สอดรับกับแนวทางการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน