RT ติดเครื่องลุยครึ่งปีหลัง 69 จ่อซิวงานใหม่ 5 พันล้าน ปั๊ม Backlog ทะลุ 7.5 พันล้าน ดันมาร์จิ้น 15%

RT กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 โชว์ฟอร์มแกร่งเตรียมส่งมอบ 16 โครงการ มูลค่า 2,500 ล้านบาท พร้อมลุยประมูลงานใหม่ 5,000 ล้านบาท ปักธง Backlog สิ้นปีแตะ 7,500 ล้านบาท รุกขยายธุรกิจ O&M และพลังงานทางเลือก RT Geothermal สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) มั่นใจรายได้ทั้งปีเข้าเป้า 3,900 ล้านบาท

ครึ่งปีหลังฟอร์มสวย จ่อส่งมอบงาน 2.5 พันล้านบาท

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 แนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยบริษัทเตรียมส่งมอบงาน 16 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2,500 ล้านบาท

อินโฟกราฟิกสรุปทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ของ RT ตั้งเป้ารายได้ 3,900 ล้านบาท รักษาอัตรากำไรขั้นต้น 15% พร้อมดัน Backlog แตะ 7,500 ล้านบาท
สรุปแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2569 ของ RT เดินหน้าประมูลงานใหม่และขยายฐานรายได้ประจำอย่างแข็งแกร่ง

พร้อมกันนี้ จะทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) อย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • โครงการอุโมงค์ส่งน้ำแม่แตง-แม่งัด สัญญา 2 จ.เชียงใหม่

  • งานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2

  • งานก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง จากสถานีสูบน้ำอุโมงค์พระโขนงถึงคลองสวนอ้อย

  • งาน Slope Protection

โครงการเหล่านี้จะส่งผลให้การรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีมีความสม่ำเสมอและอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง

ลุยประมูลบิ๊กโปรเจกต์ ปักธง Backlog 7.5 พันล้าน

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเข้าร่วมประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นงานที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัท อาทิ งานอุโมงค์ และ งานเขื่อน

ภาพมุมสูงโครงการก่อสร้างเขื่อนและประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความเชี่ยวชาญของบริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน)
โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำที่ RT ดำเนินการและเตรียมทยอยส่งมอบตามแผนงาน

จากแผนงานดังกล่าว บริษัทได้ตั้งเป้ามูลค่างานในมือ (Backlog) สิ้นปีนี้ไว้ที่ 7,500 ล้านบาท โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมี Backlog ตุนไว้แล้วมูลค่ารวม 5,575 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในระยะถัดไป

รุกหนักธุรกิจ O&M และ Geothermal เสริมพอร์ตรายได้ประจำ

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนต่อยอดธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ด้วยการขยายขอบเขตการรับงานประเภทซ่อมแซมและบำรุงรักษา (O&M) ซึ่งเป็นงานที่มีระยะเวลาดำเนินการสั้น และมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคต จากความต้องการดูแลและยืดอายุการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ และช่วยกระจายความเสี่ยงจากโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายรายได้ในส่วนนี้ปีนี้ที่ 20 ล้านบาท

อีกทั้ง บริษัท อาร์ที จีโอเทอร์มอล จำกัด (RT Geothermal) บริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทางเลือก ยังสอดรับกับทิศทางของรัฐบาลในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 โดยบุกเบิกการนำความร้อนใต้พิภพในประเทศไทยมาผลิตพลังงาน ตลอดจนระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ และการใช้ประโยชน์แบบต่อเนื่องหลายระดับ (Geothermal Cascaded Use) ผ่านการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันวิจัย เพื่อต่อยอดองค์ความรู้วิศวกรรมสู่ธุรกิจพลังงาน รองรับโอกาสสร้างรายได้ในอนาคต

ภาพมุมสูงแสดงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางน้ำและงานวิศวกรรมโยธาโดยบริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน)
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างด้านวิศวกรรมโยธาและธรณีเทคนิคของ RT ที่เตรียมทยอยส่งมอบในช่วงครึ่งปีหลัง 2569

คุมเข้มต้นทุน ดันกำไรขั้นต้นทะลุ 15%

ด้านการบริหารต้นทุน บริษัทให้ความสำคัญกับการวางแผนจัดซื้อวัสดุ การบริหารโครงการ และการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างหลักและราคาพลังงานที่เริ่มทรงตัว ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนการบริหารต้นทุนของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังคงติดตามความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ที่อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการดำเนินงานในทุกมิติ

“ภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยเปิดประมูลงานของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการอนุมัติงบประมาณประจำปี 2570 ที่จะผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง RT มีความพร้อมในการเข้ารับงานใหม่ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผลการดำเนินงานปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย รายได้ 3,900 ล้านบาท และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 15%” นายชวลิต กล่าวทิ้งท้าย