ซีเค พาวเวอร์ (CKPower) ตอกย้ำความเป็นผู้นำพลังงานหมุนเวียน คว้ารางวัลระดับเอเชีย AREA Awards 2026 ถึง 2 สาขา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ชูความสำเร็จ “โครงการหิ่งห้อย” เดินหน้าขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาด ปั้นโมเดล Waste to Value ลดก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
คว้า 2 รางวัลเกียรติยศระดับเอเชีย AREA Awards 2026
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง คว้า 2 รางวัล จากเวที Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนความสำเร็จของการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้ “โครงการหิ่งห้อย” ซึ่งนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียนและการจัดการทรัพยากรขององค์กรไปต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า
รางวัลที่ได้รับจากเวทีซึ่งจัดโดย Enterprise Asia ในปีนี้ ประกอบด้วย:
-
รางวัล Social Empowerment จากโครงการหิ่งห้อย พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และ หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
-
รางวัล Green Leadership จากโครงการ Waste to Value หิ่งห้อยเพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“โครงการหิ่งห้อย” แกนหลักขับเคลื่อนความยั่งยืน
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า CKPower เชื่อว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงการหิ่งห้อยจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะด้านพลังงานหมุนเวียน วิศวกรรม และการจัดการสิ่งแวดล้อม ไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าและพื้นที่ห่างไกล
การดำเนินงานอยู่ภายใต้กรอบกลยุทธ์การสร้างคุณค่าสู่สังคม (CSR Strategy Framework 2565–2569) ผ่าน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
-
หิ่งห้อย: พลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
-
หิ่งห้อย: เพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
-
หิ่งห้อย: นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน
เจาะลึกผลลัพธ์ความสำเร็จของ 2 รางวัลสำคัญ
-
สาขา Social Empowerment (ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน): CKPower ดำเนินการไปแล้ว 46 โครงการ ครอบคลุมไทยและ สปป.ลาว นำวิศวกรรมมาพัฒนา เช่น กังหันโซลาร์เซลล์บำบัดน้ำ และระบบไฟถนนโซลาร์เซลล์ ปัจจุบันช่วยขยายการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้สะสม 163,100 วัตต์ ส่งเสริมความรู้แก่เยาวชนกว่า 16,000 คน (ตั้งเป้า 20,000 คนในปีนี้) พร้อมดันโมเดล One Powerplant One Product (OPOP) พัฒนา 6 ผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้รวมกว่า 2.8 ล้านบาท
-
สาขา Green Leadership (ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมผ่าน Waste to Value): ดำเนินกิจกรรมผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี นำเศษอาหารมาแปรรูปเป็นวัสดุปรับปรุงคุณภาพดิน ระหว่างปี 2566–2568 สามารถจัดการขยะอินทรีย์ได้กว่า 31,333 กิโลกรัม ผลิตวัสดุปรับปรุงดินกว่า 8,472 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมประมาณ 10,000 kgCO₂e และลดขยะที่ต้องเผาทำลายได้ถึงร้อยละ 20
มุ่งมั่นเติบโตไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ CKPower ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการ Grow Together และ Green Power Plant โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียวสะสม 16.16 ไร่ ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนกว่า 10,600 คน ซึ่งทะลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
“รางวัลครั้งนี้เป็นกำลังใจสำคัญให้ CKPower เดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสังคมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกและวัดผลได้ ทั้งการเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน การลดของเสีย การสร้างรายได้ และการพัฒนาทักษะให้คนในชุมชน เราจะยังคงขยายผลโครงการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ชุมชน พนักงาน และโรงไฟฟ้าเติบโตไปพร้อมกัน” นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย


