ตลาดโลกโล่งอก! บล.เอเซีย พลัส เผยดัชนี PPI สหรัฐฯ ต่ำคาด สัญญาณเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยชัดเจน ท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกดดันราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ปัจจัยในประเทศเตือนงบไตรมาส 2 ชะลอตัวรับฐานสูง รอลุ้นคลังคลอดกองทุน TISA ปลุกเม็ดเงินไหลกลับ พร้อมเปิดโพยกลยุทธ์ตามรอยต่างชาติ ชู SCGP-PTTEP-BBL
เงินเฟ้อสหรัฐฯ แผ่วหนุนตลาดระวังภัยน้ำมันพุ่ง ลุ้นคลังคลอดกองทุน TISA ดันฟันด์โฟลว์
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงบวกและปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มิ.ย. 2569 ขยายตัวเพียง 5.5% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.2% ขณะที่ Core PPI อยู่ที่ 4.7% YoY (ต่ำกว่าคาด 5.2%) ปัจจัยนี้ทำให้ตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สอดคล้องกับมุมมองของนาย Kevin Warsh ประธาน FED ที่ระบุว่าการปรับขึ้นของราคาสินค้าบางประเภท ไม่ได้แปลว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อถาวร
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญ ความเสี่ยงหลักจากราคาน้ำมัน เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งหากสถานการณ์การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจกดดันให้ปัญหาเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ด้านเศรษฐกิจจีน ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 เติบโตเพียง 4.3% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดต้องจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจีนอย่างใกล้ชิด
ASML งบพุ่งทะลุคาด – APPLE ผงาดรับไฟเขียว AI ในจีน
สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มเทคโนโลยีโลก บริษัท ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิปยักษ์ใหญ่ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าคาดการณ์ในทุกมิติ โดยมีรายได้ 9.3 พันล้านยูโร (+21% YoY) และกำไรต่อหุ้น (EPS) 7.58 ยูโร (+28% YoY) จากความต้องการเครื่องผลิตชิปที่แข็งแกร่ง พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2569 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน APPLE ได้รับข่าวดีหลังรัฐบาลจีนอนุมัติให้สามารถเปิดใช้งานระบบ “APPLE INTELLIGENCE” ในประเทศจีนได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี โดยเวอร์ชันในจีนจะใช้เทคโนโลยีของบริษัท ALIBABA เข้ามาทำหน้าที่เสมือนตัวกรองข้อมูล (Filter) ควบคู่กับการใช้ระบบค้นหาของ BAIDU
เตือนงบ บจ. ไทยไตรมาส 2 ชะลอตัวรับฐานสูง – ลุ้นคลอดกองทุน TISA
สำหรับปัจจัยในประเทศ ฝ่ายวิจัยประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ของบริษัทจดทะเบียนไทย (อิงจาก 107 บริษัท คิดเป็น 84% ของ Market Cap) จะอยู่ที่ระดับ 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งหดตัวลง 17.6% QoQ และ 19.3% YoY โดยสาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลง แต่มาจาก ผลกระทบของฐานที่สูงมาก (High Base Effect) ในช่วงไตรมาส 1/2569 และ 2/2568 ที่เคยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain) ของกลุ่มโรงกลั่น โดยกลุ่มพลังงานคาดว่ากำไรจะหดตัวถึง 35% QoQ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวและเติบโตได้ดี ได้แก่ ปิโตรเคมี, สื่อ, ท่องเที่ยว, บรรจุภัณฑ์ และ ICT ในด้านกระแสเงินทุน (Fund Flow) แม้ต่างชาติจะยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทย แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวลง (ล่าสุดซื้อสุทธิ 970 ล้านบาท) ทั้งนี้ ตลาดกำลังรอลุ้นปัจจัยหนุนสำคัญจากการที่กระทรวงการคลังและ ก.ล.ต. กำลังเร่งผลักดัน กองทุน TISA (Thailand Investment Sustainable Account) ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ คาดว่าจะเป็นตัวเร่งดึงดูดเม็ดเงินจากฝั่งสถาบันและรายย่อยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน เกาะติด 20 หุ้นเป้าหมายต่างชาติ
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยเน้นหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่ Fund Flow ต่างชาติยังคงทยอยซื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มปันผลสูง ได้แก่ SCB, KTB, KBANK, TISCO
กลุ่มน้ำมันและพลังงาน ได้แก่ PTTEP, TOP, SPRC, IRPC
กลุ่มบริโภคและเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR, SAWAD
โดยกำหนดให้หุ้น SCGP, PTTEP และ BBL เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน
SCGP คาดกำไรไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี จากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวและการปรับโครงสร้างต้นทุน
PTTEP รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับขึ้นจากประเด็นสงคราม และโดดเด่นด้านการจ่ายปันผลระหว่างกาล
BBL ได้แรงหนุนจาก Bond Yield ที่อยู่ในระดับสูง และมีปันผลระหว่างกาลราว 1-2%
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม แนะนำลงทุนผ่าน DR ได้แก่ BABA80 ที่จะได้รับประโยชน์จากการที่โมเดล Qwen ถูกนำไปใช้ใน Apple Intelligence ช่วยเพิ่มรายได้ธุรกิจคลาวด์ และ COIN01 ที่ได้แรงหนุนจากราคา Bitcoin ที่ฟื้นตัวขึ้นจากความคาดหวังการผ่านกฎหมาย Clarity Act)
บล.เอเซีย พลัส ขอส่งสรุปบทวิเคราะห์หุ้นรายวัน มาเพื่อพิจารณา ข้อมูลสรุปเบื้องต้นตามรายละเอียดด้านบน ท่านสามารถดูข้อมูลแบบละเอียดได้จากลิงก์ด้านล่าง หรือจากไฟล์แนบครับ


