บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนโลครับอานิสงส์ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ขณะที่งบธนาคารสหรัฐฯ โตเด่น เตือนตลาดโลกอยู่ในภาวะ Extreme Bull ยก “หุ้นไทย” เป็นจุดหลบภัยดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิด 3 ธีมเด่นน่าลงทุน
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด หนุนตลาดคลายกังวลดอกเบี้ย
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นราว 0.02% – 0.90% โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯ เดือน มิ.ย. 2569 ที่ออกมาขยายตัวเพียง 3.5% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.8% YoY และชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ปัจจัยนี้ทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในเดือน ก.ค. 2569 ลง โดยเครื่องมือ FedWatch Tool ให้น้ำหนักโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเหลือเพียง 15.5% (ลดลงจากวันก่อนที่ 45.4%)
อย่างไรก็ตาม นาย Kevin Warsh ประธาน FED ยังคงย้ำว่า FED ยังไม่ชนะเงินเฟ้อ และพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดหากเงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ด้านสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายในระยะสั้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนการเก็บค่าธรรมเนียม 20% สำหรับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ โดยสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมการขนส่งทางทะเลของอิหร่านอีกครั้ง และกองกำลังสหรัฐฯ ยังคงเปิดฉากโจมตีเป้าหมายใหม่ในอิหร่าน
งบแบงก์สหรัฐฯ โตเด่น – IBM ร่วงหนัก 25% สะท้อนดีมานด์ชิป Memory
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งและสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ทุกบริษัท นำโดย Goldman Sachs (+9%), Morgan Stanley (+3%) และ JPMorgan (+2%) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ธุรกิจ Trading และ Investment Banking ที่ฟื้นตัว รวมถึงการตั้งสำรองหนี้เสียที่เริ่มลดลง ซึ่งฝ่ายวิจัยชื่นชอบ Goldman Sachs (แนะนำลงทุนผ่าน DR GSUS06) มากที่สุดในกลุ่ม
ในทางกลับกัน หุ้นเทคโนโลยีใหญ่อย่าง IBM ร่วงลงอย่างหนักถึง 25% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปี หลังจากรายงานผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักมาจากการที่ลูกค้าปรับเปลี่ยนงบลงทุน (CAPEX) ไปซื้อสินค้าในกลุ่ม Server, Storage และ Memory ที่กำลังขาดแคลนแทน ซึ่งประเด็นนี้กลับกลายเป็นผลดีต่อกลุ่ม Memory และ Semiconductor สะท้อนว่ายังมีเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่กลุ่มนี้อย่างแท้จริง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน DR MICRON01, SNDK03 และ KIOXIA23
เตือนตลาดโลก Extreme Bull ชู “หุ้นไทย” จุดหลบภัยดึงฟันด์โฟลว์
ผลการสำรวจผู้จัดการกองทุนทั่วโลก (BofA FMS) ประจำเดือน ก.ค. 2569 ระบุว่า 54% ของผู้จัดการกองทุนมองว่าเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะ No Landing (เติบโตต่อโดยไม่ถดถอย) แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ดัชนี Bull & Bear Indicator พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 9.5/10 ซึ่งสะท้อนถึงภาวะ Extreme Bull ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002 ผสานกับสัดส่วนการถือครองเงินสดของกองทุนที่ลดลงเหลือเพียง 3.6% ซึ่งหมายความว่าเม็ดเงินถูกอัดฉีดเข้าตลาดไปเกือบหมดแล้ว และตลาดมีความเปราะบางสูงหากมีข่าวเชิงลบเข้ามากระทบ โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่ม AI และ Semiconductor ที่ผู้จัดการกองทุน 82% มองว่ามีการกระจุกตัวหนาแน่นมากเกินไป (Crowded Trade)
ท่ามกลางความเปราะบางของตลาดโลก ตลาดหุ้นไทยกลับมีความโดดเด่นและเป็นจุดหลบภัย (Safe Haven) ที่น่าสนใจ โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ดัชนี MSCI Thailand บวกถึง 25.18% ชนะตลาดโลก (MSCI ACWI) ที่บวกเพียง 11.77% ความน่าสนใจของหุ้นไทยมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย
มูลค่า (Valuation) ที่ยังถูก โดยมี Expected P/E ปี 2569F ที่ 16.9 เท่า (หากตัด DELTA ออกจะเหลือเพียง 13.7 เท่า)
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดหวังสูง ถึง 3.6% – 4.0% ซึ่งดึงดูดใจกว่าตลาดสหรัฐฯ และตลาดโลก
ความน่าสนใจนี้ส่งผลให้ กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้าซื้อสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องถึง 14 ใน 15 วันทำการ รวมมูลค่ากว่า 4.8 หมื่นล้านบาท ดันให้ SET Index ปรับตัวขึ้น 5.1%
กลยุทธ์การลงทุน เกาะติด 3 ธีมเด่น ชู SCGP-PTTEP-HMPRO
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เกาะกระแส Fund Flow ต่างชาติที่มุ่งเน้นใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มปันผลสูง (รับมือดอกเบี้ยโลกทยอยขึ้น) SCB, KTB, KBANK, BBL, TISCO, TTB
กลุ่มน้ำมัน (รับราคาน้ำมันดิบโลกฟื้น) PTTEP, TOP, SPRC, IRPC
กลุ่มบริโภคและฐานราก (รับเงินเฟ้อชะลอ และ Bond Yield ลง) CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR, SAWAD
โดยกำหนดให้หุ้น SCGP, PTTEP และ HMPRO เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน เนื่องจาก SCGP มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี, PTTEP ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันและปันผลเด่น และ HMPRO ได้แรงหนุนจากธีมหุ้นปันผลและกำไรที่เติบโต
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม แนะนำหุ้นต่างประเทศ Global Gem ประจำวัน ได้แก่ DR SNDK03 ที่ได้แรงหนุนจาก Sentiment กลุ่ม Memory และ DR WMT80 ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่สามารถเติบโตได้ดีในสถานการณ์เงินเฟ้อ)


