บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดการเงินโลกผันผวนหนัก! พิษสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตา FED ส่งสัญญาณเข้มงวดฉุดหุ้นชิปเข้าสู่ Bear Market อย่างชัดเจน แนะนักลงทุนปรับพอร์ตหลบภัย ลุยเก็บหุ้นจีนและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ชู PTTEP, SCGP และ BBL เป็นหุ้นเด่นน่าสะสม
สงครามเดือดดันน้ำมันพุ่ง ผวา FED ขึ้นดอกเบี้ย
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่โหมดผันผวนอย่างหนัก หลังจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านถูกยกระดับขึ้นอีกครั้ง ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวสั่นคลอน โดยล่าสุดสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 พร้อมกับยกเลิกสิทธิ์ (Waiver) การส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะปิดล้อมท่าเรือและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ซึ่งทางอิหร่านก็ประกาศพร้อมตอบโต้ทันที
ปัจจัยดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างหนักต่อ “ราคาน้ำมัน” เนื่องจากน้ำมันโลกกว่า 20% ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความเสี่ยงด้านอุปทานหยุดชะงัก (Supply Disruption) นี้ อาจดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เร่งให้เงินเฟ้อทั่วโลกทะยานขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะกลับมาพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
FED Minutes ส่งสัญญาณตึงตัว จับตาท่าทีประธานคนใหม่
รายงานการประชุม FED (FED Minutes) รอบเดือน มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา แม้จะมีมติเอกฉันท์ให้คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% แต่เนื้อหากลับส่งสัญญาณเข้มงวด (Hawkish) เกินคาด โดยคณะกรรมการ FED แสดงความกังวลต่อปัญหาเงินเฟ้อมากกว่าทิศทางตลาดแรงงาน สะท้อนจากคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย (Dot Plot) ที่แตกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน
สายเหยี่ยว 9 คน หนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง (ในจำนวนนี้ 6 คนมองว่าควรขึ้น 2 ครั้ง)
สายพิราบ 9 คน หนุนให้คงหรือลดดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตาจุดเปลี่ยนสำคัญในสัปดาห์หน้า วันที่ 14 กรกฎาคม คือการแถลงต่อสภาคองเกรสครั้งแรกของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน FED คนใหม่ รวมถึงการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯ เดือน มิถุนายน 2569 ซึ่งหากชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 3.9% YoY ตามที่ตลาดคาดจากเดือนก่อนหน้าที่ 4.2% ก็อาจช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และลดความกังวลต่อท่าทีของ FED ลงได้บ้าง
หุ้น AI/Semi ร่วงหนักเข้าสู่ Bear Market ฟันด์โฟลว์สลับกลุ่มเข้าจีน
ความเสี่ยงจากสงครามและทิศทางดอกเบี้ย ได้กระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรงในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เคยนำตลาด (AI/Semi) โดยเฉพาะกลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory)
Micron Technology (MU) ดิ่งลง -21.8% ในเวลาเพียง 8 วันทำการ
SanDisk (SNDK) ร่วงลง -26.0%
ส่งผลให้หุ้นทั้งสองตัวเข้าสู่ภาวะหมี (Bear Market Zone) อย่างชัดเจน ในทางกลับกัน กระแสเงินทุน (Fund Flow) กำลังหมุนออกจากตลาดที่เคยปรับตัวขึ้นแรง เช่น เกาหลีใต้ที่ร่วงลงกว่า 12% MTD เพื่อสลับเข้าไปยังตลาดที่ราคายังตามหลัง (Laggard) อย่างตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง โดยดัชนี Hang Seng ฟื้นตัวได้ถึง +5.8% MTD ในเดือน กรกฎาคม
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนยังได้อานิสงส์เชิงบวกจากการที่ธนาคารขนาดใหญ่ของจีน เช่น ICBC เตรียมระงับบริการซื้อขาย “ทองคำกระดาษ” สำหรับรายย่อยในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เพื่อสกัดการเก็งกำไรและลดการใช้ Leverage ซึ่งจะช่วยหนุนเสถียรภาพเงินหยวน และดึงเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่หุ้นจีนและหุ้นที่อิงกับทองคำจริง
IMF อัปเกรด GDP ไทยโต 1.9% สวนทางโลก คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1%
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 3.0% จากเดิม 3.1% จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ แต่กลับ ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทย (GDP) ขึ้นเป็น 1.9% จากเดิม 1.5% ซึ่งทิศทางนี้สอดคล้องกับมุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยกำลังค่อยๆ ฟื้นตัว
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ต่อไป โดยจะปรับขึ้นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจเติบโตแตะศักยภาพระดับ 2.7% – 3.0% และเงินเฟ้อพุ่งทะลุ 3% โดยปัจจุบันเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.42%
กลยุทธ์การลงทุน หลบภัยซบหุ้น Laggard และสินค้าโภคภัณฑ์
ภายใต้สภาวะตลาดซึมและมีความผันผวนสูง บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ลดน้ำหนักการไล่ซื้อหุ้นกลุ่มชิป (AI/Semi) และหันมาเลือกสะสมหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว หรือได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน ได้แก่ PTTEP, SCGP และ BBL
พร้อมกันนี้ แนะนำให้หาจังหวะสะสมตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ของหุ้นจีนที่ Valuation ยังน่าสนใจและเป็นเป้าหมายของฟันด์โฟลว์ เช่น BABA80, TENCENT80, XIAOMI80, XPENG80 และ ZIJIN80


