SENA ชี้เทรนด์คนซื้อบ้านเปลี่ยน! ผวาหนี้ “ไม่กล้ากู้” พุ่ง 50% งัดไม้เด็ด LivNex เช่าออมบ้านสร้าง Safe Zone

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เผยโจทย์ใหญ่ตลาดอสังหาฯ เปลี่ยนจาก “กู้ไม่ผ่าน” เป็น “ไม่กล้ากู้” หลังพบยอดลูกค้าปฏิเสธตัวเอง (Self-Rejection) พุ่ง 50% แซงหน้าแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ เดินหน้าดันโมเดล LivNex เช่าออมบ้าน เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ทดลองอยู่และผ่อนจริง สร้างความมั่นใจก่อนเป็นหนี้ระยะยาว

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ (ดร.ยุ้ย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ตลาดบ้านวันนี้ไม่ได้เผชิญเพียงปัญหาคนกู้ไม่ผ่าน แต่กำลังเผชิญปัญหาคน “ไม่กล้าเริ่ม” เพราะในวันที่ค่าครองชีพสูง รายได้ไม่แน่นอน และหนี้ครัวเรือนยังกดดัน การซื้อบ้านซึ่งเป็นภาระระยะยาว 20-30 ปี ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากตั้งคำถามว่าจะผ่อนไหวจริงหรือไม่ และคนไทยไม่ได้เลิกอยากมีบ้าน บ้านยังเป็นความฝันและเป็นปัจจัยสี่หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าของหลายครอบครัว แต่สิ่งที่ลดลงคือความมั่นใจในการเริ่มต้น ปัญหาจึงไม่ใช่แค่กู้ไม่ผ่าน แต่คือไม่กล้ากู้ โจทย์ของตลาดกำลังเปลี่ยนจาก ‘ซื้อไม่ได้’ เป็น ‘ไม่มั่นใจจะซื้อ’”

Self-Rejection พุ่ง 50% ปัญหาใหญ่ที่แซงหน้า Bank Reject

จากข้อมูลที่เสนาพบ Self-Rejection กำลังกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการไม่โอนกรรมสิทธิ์ โดยมีสัดส่วนราว 50% ของยอดปฏิเสธการโอนทั้งหมด แซงหน้าปัญหา Bank Reject หรือการถูกธนาคารปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่ประมาณ 40% และการเปลี่ยนใจจากเหตุผลทั่วไปอีกราว 10%

ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มที่ไม่มีความต้องการซื้อ หลายรายเลือกยูนิตแล้ว วางเงินจองแล้ว เห็นห้องจริงแล้ว และเตรียมเข้าสู่กระบวนการกู้ธนาคาร แต่กลับตัดสินใจยกเลิกในช่วง 30 วันสุดท้ายก่อนโอน สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความไม่มั่นใจต่ออนาคตทางการเงิน ดังนี้

  • ความมั่นคงของงาน

  • ภาระผ่อนระยะยาว

  • ความกังวลว่าจะรับผิดชอบหนี้ 20-30 ปีได้จริงหรือไม่

ชูโมเดล LivNex เช่าออมบ้าน สร้าง Safe Zone ก่อนเป็นหนี้จริง

หนึ่งในแนวทางของเสนา คือ LivNex เช่าออมบ้าน ซึ่งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกลุ่มลูกค้าที่กู้ไม่ผ่าน หรือยังไม่พร้อมซื้อบ้านทันที แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป LivNex จึงขยายบทบาทมาสู่กลุ่มที่ “กู้ผ่านแต่ไม่กล้ากู้” หรือยังไม่มั่นใจว่าจะรับภาระระยะยาวได้จริง

LivNex ยังเป็นเหมือน “พื้นที่ปลอดภัย” หรือ Safe Zone สำหรับคนที่อยากมีบ้าน แต่ยังไม่พร้อมเต็มร้อย โดยให้สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ได้แก่

  • ลูกค้าสามารถเข้าอยู่ได้ก่อน ทดลองใช้ชีวิตจริง ทดลองผ่อนจริง และประเมินความพร้อมของตัวเองก่อนเป็นหนี้ระยะยาว

  • โมเดลนี้ช่วยให้ลูกค้าล็อกราคาบ้านไว้ตั้งแต่วันนี้

  • เงินที่ผ่อนในช่วง 3 ปีแรกจะถูกนำไปหักจากเงินต้นของราคาบ้าน ซึ่งหากผ่อนครบ 3 ปี ราคาบ้านจะลดลงโดยเฉลี่ยประมาณ 9%

  • การผ่อนชำระตรงเวลายังช่วยสร้าง Credit Pattern หรือประวัติการชำระเงินที่ดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อกับธนาคารในอนาคต

LivNex เช่าออมบ้าน เซฟโซนของคนอยากมีบ้าน จากเสนาดีเวลลอปเม้นท์
LivNex เช่าออมบ้าน ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ที่ให้ลูกค้าได้ทดลองอยู่และประเมินความพร้อมก่อนตัดสินใจกู้ซื้อบ้านจริง

ยกระดับความมั่นใจ เปลี่ยนความกลัวให้กล้าเริ่ม

นอกจากนี้ หากลูกค้าพบว่าตัวเองยังไม่พร้อม หรือเปลี่ยนใจระหว่างทาง ก็สามารถยุติสัญญาได้ โดยไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวตั้งแต่วันแรก ทำให้ LivNex เป็นทางเลือกที่ช่วยลดแรงกดดันในการตัดสินใจซื้อบ้าน และช่วยให้ผู้บริโภคมีเวลาวางแผนก่อนก้าวสู่การเป็นเจ้าของบ้านจริง

โดย LivNex ไม่ได้เป็นเพียงโมเดลทางธุรกิจ แต่เป็นโซลูชันที่ช่วยลดความเสี่ยงให้ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน เพราะเมื่อลูกค้าได้ทดลองอยู่ ทดลองผ่อน และประเมินความพร้อมก่อน โอกาสเกิดหนี้เสีย หรือ NPL ในอนาคตก็อาจลดลงได้

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การปิดการขาย แต่คือการช่วยให้ลูกค้าไปถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างยั่งยืนกว่าเดิม บ้านไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คนกลัว แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงในชีวิต LivNex จึงเป็นความพยายามในการเปลี่ยน Self-Rejection ให้เป็น Self-Confidence เปลี่ยนจากไม่กล้าเริ่ม ให้กลายเป็นค่อยๆ เริ่มได้อย่างมั่นใจ” ผศ.ดร.เกษรา กล่าวทิ้งท้าย

แคมเปญ LivNex เช่าออมบ้าน ล็อกราคาตั้งแต่วันนี้ จากเสนาดีเวลลอปเม้นท์
โครงการ LivNex เช่าออมบ้าน นวัตกรรมทางการเงินจากเสนาดีเวลลอปเม้นท์ ช่วยให้คนอยากมีบ้านสามารถทดลองผ่อนและล็อกราคาบ้านได้ตั้งแต่วันนี้