บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดเอเชียเริ่มพลิกฟื้น แนะระวังความผันผวนจาก FED Minutes พร้อมคาด กนง. “คงดอกเบี้ย” ตลอดปี ชี้เป้าต่างชาติลุยซื้อหุ้นไทยกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เปิดกลยุทธ์เก็บหุ้น Domestic ดักปันผล ชู CPN, BGRIM และ SJWD เป็นหุ้นเด่นน่าลงทุน
ตลาดเอเชียฟื้นตัว จับตา FED Minutes เสี่ยงทำผันผวน
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มพลิกฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากที่ร่วงลงแรงในช่วงก่อนหน้า นำโดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (+5.8%), อินโดนีเซีย (+2.3%), ญี่ปุ่น (+1.5%) และไทย (+1.1%) ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในด้านค่าเงิน แม้ว่าดอลลาร์สหรัฐฯ จะกลับมาแข็งค่าขึ้นจากแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่มีความเข้มงวด (Hawkish) กว่าที่คาด แต่ผู้จัดการกองทุนระดับโลกไม่ได้เทขายทิ้งตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) เพียงแต่หันไปบริหารจัดการผ่านสกุลเงินอื่นแทน ส่งผลให้สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียพากันแข็งค่าขึ้นนับตั้งแต่การประชุม FED รอบล่าสุด (17 มิ.ย.) อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตารายงานการประชุม FOMC (FED Minutes) ในวันที่ 9 ก.ค. 69 ซึ่งหากยังมีโทนที่เข้มงวด อาจหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและสร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นได้
สำหรับทิศทางราคาน้ำมัน กลุ่ม OPEC+ มีมติคงโควตาการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 188,000 บาร์เรล/วัน ในเดือน ส.ค. 69 ตามแผนเดิม แต่อุปทานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดยังคงประสบปัญหาคอขวด เนื่องจากสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ราคาน้ำมันยังไม่ปรับตัวลงรุนแรง แต่หากในระยะถัดไปกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นพร้อมกับอุปทานที่ล้นตลาด ก็จะเป็นความเสี่ยงที่เข้ามากดดันราคาน้ำมันได้
คาดเงินเฟ้อไทยเข้าเป้า หนุน กนง. “คงดอกเบี้ย” ตลอดปี
คาดเงินเฟ้อไทยเข้าเป้า หนุน กนง. “คงดอกเบี้ย” ตลอดปี สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เช้าวันนี้ (6 กรกฎาคม) ตลาดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของไทยเดือน มิ.ย. 69 จะอยู่ที่ระดับ +2.70% (ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ที่ +1.07% ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลัง หากเงินเฟ้อไม่ขยายตัวเมื่อเทียบรายเดือน (0.0% MoM) อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะแกว่งตัวในกรอบ 2.77% – 3.20% และปิดสิ้นปีที่ระดับ 3.00% ด้วยแนวโน้มดังกล่าว ฝ่ายวิจัยประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปีนี้ ด้วย 2 เหตุผลหลัก คือ
อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3% แม้บางเดือนอาจขยับแตะขอบบน และ
รัฐบาลได้เริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายภาครัฐแล้ว กนง. จึงสามารถคงดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และปล่อยให้นโยบายการคลังทำหน้าที่ฟื้นฟูเศรษฐกิจแทน
ต่างชาติลุยซื้อหุ้นไทย 1.4 หมื่นล้าน ชูกลยุทธ์เก็บหุ้น Domestic ดักปันผล
ต่างชาติลุยซื้อหุ้นไทย 1.4 หมื่นล้าน ชูกลยุทธ์เก็บหุ้น Domestic ดักปันผล ในด้านกระแสเงินทุน (Fund Flow) ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง 2 วันทำการ รวมมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท สวนทางกับปัจจัยลบภายนอกเรื่อง OPEC+ (ซึ่งกดดันกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีน้ำหนักใน SET ถึง 30%) เม็ดเงินดังกล่าวไหลเข้ามุ่งเป้าไปที่ กลุ่มหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) ที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง ทำให้ดัชนี SET แข็งแกร่งกว่าตลาดเพื่อนบ้าน บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ ดักเก็บหุ้น Domestic Play ที่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาลเด่น แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
1.กลุ่มธนาคารพาณิชย์ TTB, SCB, KTB, KBANK
2.กลุ่มการแพทย์ BDMS
3.กลุ่มบริโภคและท่องเที่ยว BA, MINT, OSP
4.หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว SJWD, BGRIM
โดยกำหนดให้หุ้น CPN, BGRIM และ SJWD เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม แนะนำจับตาบริษัท MICRON TECHNOLOGY ที่เตรียมทุ่มงบ 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายโรงงานผลิตชิป HBM สำหรับ AI ในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Memory เช่น DR MICRON01 และ SNDK03 นอกจากนี้ หุ้นอวกาศ SPACEX (SPCX US) จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี NASDAQ-100 แบบ Fast-Track ในวันที่ 7 ก.ค. ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินจากกองทุน Passive Fund ได้ถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม Space Economy เช่น DR RKLB03 และ ASTS03 สำหรับหุ้น Global Gem ประจำวันแนะนำ MIDEA80 และ AAPL80)


