ภาพจำยุคเศรษฐกิจผันผวนกำลังเปลี่ยนไป! ข้อมูลบัตรเครดิตชี้ชัด คนไทยไม่ได้หยุดใช้จ่าย แต่ก้าวสู่ยุค “Smart Spending” อย่างเต็มตัว เลือกลงเงินกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครอบครัวมากกว่าแค่คำว่าราคาถูก พร้อมส่องบทบาทที่สถาบันการเงินต้องปรับตัวเพื่อเป็นพันธมิตรคู่คิดในชีวิตประจำวัน
นายธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Card Payment and Unsecured Products ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพจำของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจผันผวน คือคนที่หยุดใช้จ่ายและรัดเข็มขัด แต่ข้อมูลธุรกรรมบัตรเครดิตของเราในปี 2569 กำลังเล่าเรื่องที่ต่างออกไป — คนไทยไม่ได้ใช้จ่ายน้อยลง พวกเขาเพียง จัดสรรใหม่

เปลี่ยนผ่านสู่ยุค “Smart Spending” นิยามใหม่ของความคุ้มค่า
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญจากยุค Experience-led Spending ที่ขับเคลื่อนด้วยการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ มาสู่ยุค Smart Spending — การใช้จ่ายที่พิถีพิถันมีเป้าหมาย และเลือกลงเม็ดเงินกับสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครอบครัว
ข้อมูลระดับภูมิภาคยืนยันทิศทางนี้ รายงานล่าสุดจากบริษัทวิจัยผู้บริโภคระดับโลกอย่าง Bain & Company และ NielsenIQ ระบุว่า ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้กำลังนิยามความคุ้มค่าใหม่ (Redefining Value) โดยให้น้ำหนักการใช้จ่ายไปกับหมวดหมู่ที่จับต้องได้ ในชีวิตประจำวัน เช่น สุขภาพ การศึกษา และของใช้จำเป็น พร้อมมองหาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด ในทุกบาทที่จ่ายออกไป
นอกจากนี้อินไซต์จากข้อมูล Visa ชี้ให้เห็นว่า หมวดสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต (Essential Everyday Expenses) เติบโตสวนทางกับภาพรวมเศรษฐกิจ จากข้อมูลไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
การใช้จ่ายด้านการศึกษา เติบโต 15%
กลุ่มบริการด้านสุขภาพ เติบโต 8%
กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เติบโต 5%
ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงใช้จ่าย แต่เลือกหมวดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเลือกเครื่องมือทางการเงินที่ให้คุณค่าคืนกลับมามากที่สุด ความคุ้มค่าในปี พ.ศ. 2569 จึงไม่ใช่เรื่องของ “ราคาถูก” แต่คือเรื่องของ “ผลตอบแทนต่อรายจ่ายที่จำเป็น”

บทบาทของสถาบันการเงินในยุค Smart Spending
สำหรับยูโอบี อินไซต์เหล่านี้กำหนดทิศทางการออกแบบสิทธิประโยชน์ของเราโดยตรง เราเลือกที่จะลงน้ำหนักไปกับ touchpoint ประจำวัน ที่ลูกค้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น
เครดิตเงินคืนสูงสุด 25% ที่สถานีบริการน้ำมัน
สิทธิพิเศษเครดิตเงินคืน 10% ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
แคมเปญในหมวดร้านอาหาร ทั้ง Friday Surprise และ UOB Happy Payday พร้อมเอกสิทธิ์ในฐานะพันธมิตรอย่าง เป็นทางการของ MICHELIN Guide
ขณะเดียวกัน สำหรับรายจ่ายก้อนใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติ ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประกันภัย หรือการลงทุนระยะยาวอย่างหลังคาโซลาร์เซลล์ โปรแกรม UOB We Care ให้ลูกค้าสามารถแบ่งชำระ 0% UOB iPlan ช่วยให้ลูกค้าบริหารกระแสเงินสดได้คล่องตัวขึ้นโดยไม่กระทบโครงสร้างการเงินในระยะยาว
และเพราะ Smart Spending ต้องอาศัยข้อมูลที่ลูกค้ามองเห็นและควบคุมได้ ฟีเจอร์ Spending Tracker บน UOB TMRW จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริโภคติดตามและวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายของตนเองได้แบบเรียลไทม์ ส่วนโครงการ UOB We Share ที่ร่วมบริจาค 0.1% ของยอดแบ่งชำระ UOB iPlan ในหมวดที่ร่วมรายการให้แก่มูลนิธิต่าง ๆ คือการขยายนิยามของความคุ้มค่า จากระดับครัวเรือนสู่ระดับสังคม
บทสรุป ความคุ้มค่าคือกลยุทธ์ ไม่ใช่ส่วนลด
ในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นค่าตั้งต้น Smart Spending ไม่ใช่การประหยัด แต่คือการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการธนาคารที่ให้ส่วนลดมากที่สุด แต่ต้องการพันธมิตรทางการเงินที่เข้าใจจังหวะชีวิตของพวกเขา และเปลี่ยนทุกรายจ่ายที่จำเป็นให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างความมั่นคงในระยะยาว
นั่นคือมาตรฐานที่อุตสาหกรรมการเงินไทยควรยึดถือในปี 2569 และเป็นมาตรฐานที่ยูโอบีตั้งใจจะส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา
บัตรเครดิต ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
อ้างอิง
Southeast Asia: What’s Happening with Consumers and Consumer Products โดย Bain & Company and NielsenIQ (NIQ)
ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตร Visa ไตรมาส 1 ปี พ.ศ. 2569


