โกลเบล็กฟันธง! หุ้นไทยผงาด Sideway Up ทะลวง 1,650 จุด รับจบสงครามตะวันออกกลาง ชี้เป้าเก็บหุ้นสายการบิน-โรงแรม

บล. โกลเบล็ก (GBS) ชี้ช่องรวย! ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัว Sideway Up ให้กรอบ 1,600-1,650 จุด รับอานิสงส์เต็มๆ จากสหรัฐฯ-อิหร่านยุติสงครามถาวร พร้อมจับตากองทุน TISA หนุนดัชนีพุ่งแตะ 1,800 จุด เปิดโผหุ้นเด่นรับเปิดน่านฟ้า ลุยเก็บ THAI, BA, AOT, MINT, ERW และ CENTEL

รับอานิสงส์สงครามยุติ หนุนดัชนีทะยาน

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกรณีที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 4 เดือน โดยทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย รวมทั้งการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือสามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติโดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ประเมินกรอบดัชนีที่ระดับ 1,600-1,650 จุด

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกในประเทศจากความเชื่อมั่นของผู้ค้าปลีกไทยที่มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า รับอานิสงส์มาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ประกอบกับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันถึงเสถียรภาพของเงินบาทไทย ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเรียกประชุม กนง. นัดพิเศษ

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS

จับตากองทุน TISA ดันหุ้นไทยลุ้น 1,800 จุด

ขณะเดียวกันสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังและตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อผลักดันกองทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account “TISA”) แบบถาวร ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในไตรมาส 3 นี้ และจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนีหุ้นไทยให้มีโอกาสฟื้นตัวกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 1,800 จุดได้

อย่างไรก็ตามยังคงต้องระมัดระวังปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคำเตือนจากธนาคารโลกที่ประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางก่อนหน้านี้อาจฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ประกอบกับการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ และตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 229,000 รายซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนปัจจัยภายในประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.5 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 42 เดือนจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังไม่มีผลบังคับใช้

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาพร้อมเปิดโผหุ้นเด่น

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน ได้แก่

  • การประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออก SET50-SET100 (มีผล 1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 2569)

  • การเปิดตัว CLICX ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) รายแรกของไทยจากความร่วมมือของ KTB, OR และ AIS ในวันที่ 19 มิ.ย.

  • การประชุม กนง. ในวันที่ 24 มิ.ย.

  • ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญคือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในวันที่ 16-17 มิ.ย. รวมถึงการประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น และการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และจีน

ด้าน นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหลังสงครามยุติลงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เอื้อประโยชน์โดยตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จึงแนะนำให้ “ซื้อสะสม” หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างชัดเจน ได้แก่ หุ้นกลุ่มสายการบินและท่าอากาศยาน (THAI, BA, AOT) และหุ้นกลุ่มโรงแรม (MINT, ERW, CENTEL) ซึ่งมีความพร้อมในการเติบโตรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว