กลุ่มอมตะ (AMATA) เดินเกมรุกควงแขนยักษ์เทคฯ เวียดนาม FPT ลงนาม MOU ศึกษาการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมดิจิทัล ลุยยกระดับเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะเต็มสูบ ปูทางดึงดูดการลงทุนคุณภาพในไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนสู่ยุค 4.0 อย่างยั่งยืน
ร่วมเวที 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม กระชับความร่วมมือเศรษฐกิจ
นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติร่วมคณะกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้นำภาคธุรกิจชั้นนำ เดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8 – 9 มิถุนายน 2569 ในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างนายเลวี เหงียน (Mr. Levi Nguyen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FPT Thailand and FPT Taiwan, FPT Corporation กับนายโอซามู ซูโด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) โดยมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมด้วยนางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) และ ดร.เจือง ยา บิ่งห์ (Dr. Truong Gia Binh) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท FPT Corporation ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ ฮานอย ประเทศเวียดนาม

กางยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ปั้นอุตสาหกรรมอัจฉริยะลุย 3 ประเทศ
กรอบความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการศึกษาและพัฒนาโซลูชันเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะใน 3 ประเทศหลักของภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว ครอบคลุมยุทธศาสตร์ 5 ด้านหลัก ได้แก่
การพัฒนาอุตสาหกรรมอัจฉริยะ
การสร้างศูนย์กลางดิจิทัล
การยกระดับภาคการผลิตด้วย AI และระบบอัตโนมัติ
การขับเคลื่อน ESG และความยั่งยืน
การพัฒนาทักษะแรงงานสำหรับอุตสาหกรรม 4.0
โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อดึงดูดการลงทุนและสนับสนุนการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
นางสมหะทัย กล่าวว่า ความร่วมมือกับ FPT ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มอมตะในการต่อยอดการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เรามุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในอาเซียน นอกเหนือไปกว่าการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมแล้ว เรายังได้วางรากฐานของแพลตฟอร์มการลงทุนแห่งอนาคตที่จะเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบุคลากรเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและรองรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว
ด้านนายโอซามู ซูโด รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าความเชี่ยวชาญของ FPT ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมจะช่วยเสริมศักยภาพการบริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมของอมตะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายร่วมศึกษาพัฒนาโซลูชันและบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความยั่งยืน และความต้องการของนักลงทุนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ชูแนวคิด “ALL WIN” เติบโตยั่งยืนสู่อนาคตอาเซียน
ปัจจุบันกลุ่มอมตะนับเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมรายสำคัญของอาเซียน โดยมีโครงการรวม 13 แห่งในไทย เวียดนาม และ สปป.ลาว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 150 ตารางกิโลเมตร รองรับโรงงานและสถานประกอบการกว่า 1,600 แห่ง รวมถึงการจ้างงานในพื้นที่มากกว่า 350,000 ตำแหน่ง
ความร่วมมือเชิงยุทธศาตร์ครั้งนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของอมตะในการก้าวจากผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมชั้นนำของไทยสู่การเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนและอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค ที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตของนักลงทุนผ่านโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง ระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ และบริการดิจิทัลแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “ALL WIN” ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมแก่ภาคธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นฐานรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจแห่งอนาคตในอาเซียน


