NOBLE โชว์ฟอร์มแกร่ง Q1/69 ยอดขายทะยาน 67% ต่างชาติแห่ช้อน ลุยเปิด 4 โปรเจกต์ใหม่หมื่นล้าน

โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) กางงบไตรมาส 1/2569 โกยยอดพรีเซล 2,489 ล้านบาท โตกระฉูด 67% รับอานิสงส์กำลังซื้อต่างชาติฟื้นตัวแข็งแกร่ง พร้อมตุน Backlog กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท เดินเครื่องลุยครึ่งปีหลังจ่อเปิด 4 บิ๊กโปรเจกต์ใหม่ มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท ชูทำเลทองเจาะตลาด Real Demand

โลโก้อย่างเป็นทางการของ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
NOBLE เดินหน้าเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูง รองรับ Real Demand ครึ่งปีหลัง

ดันยอดโอนพุ่ง 58% เจาะตลาดต่างชาติสร้างฐานรายได้แกร่ง

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตของยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ ควบคู่กับการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

  • ยอดขาย (Pre-sale)2,489 ล้านบาท เติบโต 67% (YoY)

    • ปัจจัยหนุน: ตลาดหลัก (ไต้หวัน, จีน, เมียนมา) และตลาดศักยภาพใหม่ (สิงคโปร์, ฮ่องกง, สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, รัสเซีย, อินเดีย) ซึ่งมีความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ระดับสูง

  • ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 2,186 ล้านบาท เติบโต 58% (YoY)

    • โครงการหลักที่รับรู้รายได้ โครงการ นิว อีโว อารีย์, โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ และการปิดการขายโครงการแนวราบ โนเบิล เทอร์รา พระราม 9 – เอกมัย รวมถึงโครงการ นิว โนเบิล ไฟฉาย–วังหลัง

ภาพถ่ายโครงการ นิว อีโว อารีย์ (NUE EVO ARI) หนึ่งในโครงการแนวสูงที่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์และหนุนรายได้ให้ NOBLE
โครงการ นิว อีโว อารีย์ เริ่มรับรู้รายได้หนุนยอดโอนกรรมสิทธิ์ไตรมาส 1 เติบโต 58% ทะลุ 2,186 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,535 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 49 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลงจากธุรกิจเช่าและบริการ แต่รายได้การขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโต ทั้งนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 22,273 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า

กางแผนครึ่งปีหลัง ลุย 4 โครงการใหม่มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท

ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยจริง (Real Demand) มูลค่ารวมกว่า 14,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • โครงการบ้าน (2 โครงการ) มูลค่ารวม 3,700 ล้านบาท นิว วูด เวสต์เกต และ นิว สเคป บางนา

  • โครงการคอนโดมิเนียม (2 โครงการ) มูลค่ารวม 10,300 ล้านบาท โนเบิล สนสำราญ หัวหิน (โครงการแรกในต่างจังหวัด) และ โนเบิล เอ็มเมอร์ส พร้อมพงษ์ ที่เตรียมเปิดขายเร็วๆ นี้

ภาพมุมสูงทัศนียภาพตึกคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี โครงการ โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ (NOBLE FORM)
โครงการ โนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ อีกหนึ่งแฟล็กชิปสำคัญที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยรับรู้ยอดโอนอย่างต่อเนื่อง

รับมือต้นทุนผันผวน ล็อกสเปกคุมราคาก่อสร้างล่วงหน้า

ด้าน นายศิระ อุดล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวประเมินแนวโน้มอสังหาฯ ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ว่ายังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการเงินและมาตรการภาครัฐ ทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% และการขยายมาตรการ LTV ออกไปอีก 1 ปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังเผชิญความท้าทายจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทฯ ได้เตรียมการบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า ด้วยการทำสัญญาก่อสร้างสำหรับโครงการที่กำลังพัฒนา ได้แก่ นิว เอปิค อโศก-พระราม 9, นิว เรน แจ้งวัฒนะ และ นิว โคสต์ คูคต สเตชัน ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความผันผวนได้อย่างเป็นรูปธรรม

“สำหรับปัจจัยที่ยังต้องติดตาม ได้แก่ แนวโน้มราคาพลังงานในช่วงไตรมาส 2–3 ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ระดับหนี้ครัวเรือน ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ และระดับอุปทานคงค้างในตลาด ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การคัดเลือกทำเลที่มีศักยภาพ และการควบคุมต้นทุน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรและรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน รองรับความผันผวน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”