ปลดล็อกปันผลทันที GGC หั่น Par ล้างขาดทุนสะสมเกลี้ยง 1,200 ล้าน ชูสถานะ “บริษัทปลอดหนี้” พร้อมโตกระโดด

บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC) ประกาศแผนการเงินเชิงรุก บอร์ดไฟเขียวลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par) จาก 9.50 บาท เหลือ 8.00 บาท หวังเคลียร์ขาดทุนสะสม 1,200 ล้านบาท มุ่งสร้าง Value Creation คืนกำไรสู่ผู้ถือหุ้น ปักธงยุทธศาสตร์ GGC Taking the Future มุ่งสู่เป้าหมาย EBITDA 1,200 ล้านบาท ปี 2573

ปรับโครงสร้างทุนลด Par เคลียร์ขาดทุนสะสม 1,200 ล้านบาท

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า

“เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่มั่นคง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการปรับโครงสร้างทุนโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par) จาก 9.50 บาท เป็น 8.00 บาท เพื่อนำมาชดเชยผลขาดทุนสะสมที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 1,200 ล้านบาท”

“การดำเนินการในครั้งนี้ ถือเป็นการบริหารจัดการทางการเงินเชิงรุก (Financial Optimization) การล้างขาดทุนสะสมจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย และทำให้ GGC สามารถกลับมาพิจารณาจ่ายเงินปันผลได้ทันทีเมื่อบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ ซึ่งเราถือเป็นพันธกิจสำคัญในการสร้าง Value Creation คืนสู่ผู้ถือหุ้นที่เชื่อมั่นในบริษัทฯ มาโดยตลอด”

ยืนยันสถานะทางการเงินแกร่ง – ไม่กระทบสิทธิผู้ถือหุ้น

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความเห็นชอบให้บริษัทฯ ดำเนินการปรับโครงสร้างทุนโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par) เพื่อเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (E-EGM) ในการพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยมีรายละเอียดแนวทางปฏิบัติดังนี้

  • กำหนดวันประชุม: จัดขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569

  • รูปแบบรายการทางบัญชี: บริษัทฯ ยืนยันว่าการลด Par ในครั้งนี้ เป็นเพียงรายการทางบัญชีพึงสิทธิ์ ไม่มีการคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น และไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้น * สิทธิประโยชน์คงเดิม: สินทรัพย์, สภาพคล่อง, ส่วนของผู้ถือหุ้น และสิทธิการออกเสียงใดๆ ของผู้ถือหุ้นยังคงเดิมทุกประการ

การดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส และได้คำนึงถึงผลประโยชน์แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนสูงสุด

การปรับโครงสร้างทุนในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมของ GGC สำหรับการเติบโตในระยะยาว ภายใต้ยุทธศาสตร์ “GGC Taking the Future” เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และเพิ่มความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต