SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นสู่ 1.7% อานิสงส์มาตรการรัฐและกระแส AI ช่วยพยุง เตือนภาวะเศรษฐกิจยังเปราะบาง เงินเฟ้อเร่งตัวสูงเกินกรอบเป้าหมาย จับตาผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางกดดันต้นทุนพลังงานและการผลิต
SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น
เศรษฐกิจไทยเปราะบาง – เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางมากขึ้น:
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน เม.ย.: เร่งขึ้นเป็น 2.9% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หลังราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นและมีการส่งผ่านต้นทุนสู่ผู้บริโภค
อัตราเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI): เร่งตัวแรงถึง 9.1% สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง
ความเชื่อมั่นธุรกิจและผู้บริโภค: ปรับลดลงแรงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มี.ค.
ภาคการท่องเที่ยว: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว -7% ในเดือน เม.ย. และ -3% ในช่วง 17 วันแรกของเดือน พ.ค.
ดุลการค้า: แม้การส่งออกเดือน มี.ค. จะขยายตัว 18.7% แต่เมื่อนำเข้าเร่งตัวแรงถึง 35.7% ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีขาดดุลการค้า
ปรับเพิ่ม GDP เป็น 1.7% ด้วยแรงพยุงนโยบายการคลัง
ประเด็นหลักในการปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย (เดิม 1.4%) มีดังนี้:
พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท: คาดช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ราว 0.6 pp. โดยแบ่งเป็นแผนงานช่วยเหลือ (เช่น ไทยช่วยไทย พลัส) 198,000 ล้านบาท และแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 76,000 ล้านบาท
การลงทุนและส่งออก: มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามโมเมนตัมที่ดีในไตรมาสแรก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data center
ปรับลดนักท่องเที่ยว: ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ลดลงเหลือ 31.7 ล้านคน (เดิม 33.2 ล้านคน) จากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลงและตั๋วโดยสารแพงขึ้น
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ GDP ปี 2569 ที่ 1.7% ยังถือว่าชะลอตัวจากปี 2568 (2.4%) และปี 2567 (2.9%) มาก สะท้อนถึงความเปราะบางที่มีอยู่เดิม ด้านเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะเร่งตัวเกินกรอบเป้าหมายอยู่ที่ 3.6%
กนง. แนวโน้มคงดอกเบี้ย 1% – เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
SCB EIC มองทิศทางนโยบายการเงินและการคลัง ดังนี้:
กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี: เพื่อประคองเศรษฐกิจในสถานการณ์ที่ Policy space จำกัด
นโยบายการคลัง: จะมีบทบาทมากขึ้นในการประคองอุปสงค์ในประเทศ
เศรษฐกิจโลก: คงประมาณการขยายตัวที่ 2.5% ในปี 2569 โดยสงครามในตะวันออกกลางกดดันราคาพลังงานและกำลังซื้อทั่วโลก ขณะที่ธนาคารกลางหลัก (Fed, ECB, BOJ) มีแนวโน้มคงหรือปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยเพื่อยึดเหนี่ยวเงินเฟ้อ ส่งผลให้ภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น
“การปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 สะท้อนบทบาทสำคัญของนโยบายการคลังในการประคองเศรษฐกิจ มากกว่าการฟื้นตัวจากแรงส่งเชิงโครงสร้าง ทำให้เศรษฐกิจไทยยังมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะสงคราม ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบต่าง ๆ ในช่วงที่เหลือของปี”
อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม: https://www.scbeic.com/th/detail/product/SCBEIC-Monthly-insight-0522


