ทรัสต์อัลไล (ALLY) โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 กวาดกำไร 158.6 ล้านบาท โต 13.1% รักษาอัตราเช่าพื้นที่แข็งแกร่ง 91.6% ดันผู้เช่าต่อสัญญาสูง 92.1% เตรียมจ่ายปันผล 0.11 บาท/หน่วย ขึ้น XD 25 พ.ค. นี้ พร้อมกางแผนเตรียมฮุบ 3 โครงการใหม่ ปลายปี 69

ALLY โชว์ฟอร์มแกร่ง ไตรมาส 1/69 กำไรโต 13.1% แตะ 158.6 ล้านบาท
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัลไล หรือ ALLY โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 1/2569 ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานอย่างโดดเด่น ดังนี้:
กวาดรายได้ 382.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% (YoY)
ดันกำไรจากการลงทุนสุทธิ เติบโต 13.1% (YoY) แตะ 158.6 ล้านบาท
รักษาอัตราเช่าพื้นที่ยังคงแข็งแกร่งที่ 91.6% ชูกลยุทธ์ Active Asset Management
รักษาฐานผู้เช่า Lifestyle ได้อย่างเหนียวแน่น ผ่านอัตราการต่อสัญญาสูงถึง 92.1%
กางแผนเตรียมเข้าลงทุนเพิ่มใน 3 โครงการใหม่ช่วงไตรมาส 4/2569 เสริมศักยภาพพอร์ตทรัพย์สินและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
เคาะจ่ายปันผล 0.11 บาทต่อหน่วย รับยิลด์สูง 9.4% ขึ้น XD 25 พฤษภาคม 2569 นี้
ชูกลยุทธ์ Active Asset Management ดันอัตราเช่าพื้นที่ทะลุ 91.6%
นายกวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อัลไล (ALLY) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 สะท้อนศักยภาพการบริหารสินทรัพย์เชิงรุก (Active Asset Management) ได้อย่างชัดเจน แม้เผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
โดยกองทรัสต์ฯ มีรายได้รวม 382.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% (YoY) พร้อมผลักดันกำไรจากการลงทุนสุทธิเติบโต 13.1% (YoY) แตะระดับ 158.6 ล้านบาท จากการบริหารพอร์ตทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเติบโตในระดับโดดเด่น และยังคงรักษาความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างต่อเนื่อง
ด้าน อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ระดับ 91.6% โดยกองทรัสต์ฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งด้านการรักษาฐานผู้เช่าเดิม (Tenant Retention Rate) สะท้อนศักยภาพของทรัพย์สินภายใต้การบริหารและความสามารถในการรักษาฐานผู้เช่าเดิม โดยมีอัตราการต่อสัญญาเช่า (Tenant Retention Rate) สูงถึง 92.1% และสามารถต่อสัญญาเช่า (Renew Lease) ได้กว่า 14,520 ตารางเมตร พร้อมทำสัญญาเช่าใหม่ (New Lease) เพิ่มอีก 1,135 ตารางเมตร ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้เช่าที่มีต่อศักยภาพของโครงการและทำเลภายใต้การบริหารของ ALLY

ย้ำจุดยืน Lifestyle REIT ดึงทราฟฟิกพุ่ง 5 หมื่นคน/วัน
ปัจจุบัน ALLY ยังคงรักษาความแข็งแกร่งในฐานะ Lifestyle REIT ด้วยพอร์ตผู้เช่าที่หลากหลายและตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน นำโดยกลุ่ม F&B ในสัดส่วน 17.2% ตามด้วยกลุ่มผู้เช่ารายใหญ่ (Anchor) 30.5% ซึ่งประกอบด้วยแบรนด์ชั้นนำ อาทิ MaxValu, SFX Cinema, Fitness First, Tops และ SB Design Square รวมถึงกลุ่ม Home & Decor และ Beauty & Health โดย Tenant Mix ที่เน้นสินค้าและบริการในกลุ่ม Necessity และ Lifestyle ช่วยลดผลกระทบจากการเติบโตของ E-commerce และสนับสนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับด้านการสร้างทราฟฟิกผ่านกลยุทธ์ Active Lifestyle Management กองทรัสต์ฯ เดินหน้าจัดกิจกรรมและอีเวนต์รวมกว่า 40 งานตลอดไตรมาส เพื่อกระตุ้นการเข้ามาใช้บริการและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค นำโดยแคมเปญไฮไลท์อย่าง Lucky Blessing Festival และ Kidverse ที่จัดขึ้นในโครงการหลัก ได้แก่ CDC, The Crystal (เอกมัย-รามอินทรา), The Crystal SB (ราชพฤกษ์) และ The Crystal (เพชรเกษม) ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากกว่า 50,000 คนต่อวัน ตอกย้ำศักยภาพของ ALLY ในการพัฒนาโครงการสู่ Community Lifestyle Destination ที่แข็งแกร่ง
เคาะจ่ายปันผล 0.11 บาท/หน่วย พร้อมลุยลงทุน 3 โครงการใหม่
จากความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอจากทรัพย์สินคุณภาพ กองทรัสต์ฯ จึงประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทนจากผลการดําเนินงานในไตรมาส 1/2569 ที่อัตรา 0.11 บาทต่อหน่วย มูลค่ารวม 96.2 ล้านบาท คิดเป็น อัตราผลตอบแทน (Yield) อยู่ที่ 9.4% เมื่อเทียบกับราคาตลาดของหน่วยทรัสต์ ALLY ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 (4.66 บาทต่อหน่วย) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ALLY เตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่จำนวน 3 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเข้าลงทุนแล้วเสร็จในช่วงต้นไตรมาส 4/2569 พร้อมขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่:
การคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency Drive)
การเสริมความแข็งแกร่งผ่านฐานผู้เช่า (Tenant Stability)
การกระตุ้นทราฟฟิกผ่านกิจกรรมไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง (Active Lifestyle Management)
เพื่อยกระดับศักยภาพการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
“ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ ALLY มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านคุณภาพของสินทรัพย์ ความสามารถในการบริหารต้นทุน และศักยภาพในการรักษาฐานผู้เช่า แม้อยู่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย เรายังคงมั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์การบริหารเชิงรุกและพอร์ตทรัพย์สินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน จะช่วยสนับสนุนให้ ALLY สามารถสร้างการเติบโตและส่งมอบผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างต่อเนื่อง” นายกวินทร์ กล่าว


