BAFS ฟอร์มแกร่งฝ่าวิกฤต! โชว์กำไร Q1/69 ทะลุ 151 ล้าน โต 6% รุกคุมเข้มต้นทุนรับมือพลังงานโลกผันผวน

BAFS GROUP ประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 โกยกำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท เติบโต 6% กางแผนปรับกลยุทธ์ธุรกิจ รุกคุมต้นทุน-บริหารความเสี่ยงเต็มสูบ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน พร้อมเผยยอดเติมน้ำมันการบินฟื้นตัวแตะ 92% ของช่วงก่อนโควิด-19 การันตีความมั่นคงด้วยเรทติ้ง BBB(tha)

BAFS GROUP แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท รายได้รวม 967.0 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก

ท่องเที่ยวหนุนยอดเติมน้ำมันพุ่ง ฝ่าแรงกดดันเศรษฐกิจโลก

ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศโดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียที่ยังคงแข็งแกร่ง จะเริ่มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อการปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทางของสายการบิน

แต่ปริมาณการให้บริการน้ำมันในภาพรวมยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ:

  • เส้นทางภายในประเทศ: ขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (กลับมาอยู่ในระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว)

  • เส้นทางยุโรป: เติบโตได้ดีที่ 8%

  • เส้นทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (ตลาดหลัก): ขยายตัว 3%

  • เส้นทางตะวันออกกลาง: สามารถเติบโตได้ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

คุมเข้มต้นทุน ดันกำไรสุทธิโต 6%

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานโลก ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ BAFS GROUP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจ มุ่งบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลในไตรมาสนี้ BAFS GROUP มีผลประกอบการดังนี้:

  • รายได้รวม: 967 ล้านบาท

  • กำไรสุทธิ (ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท): 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% (กำไรต่อหุ้น 0.22 บาท)

  • อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin): อยู่ที่ 14%

  • EBITDA: จำนวน 532.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

เจาะลึก 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ขยายตัวเชิงรุก

สำหรับการเติบโตของ BAFS GROUP มีปัจจัยมาจากการดำเนินกลยุทธ์ขยายธุรกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของทุกกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

  • กลุ่มธุรกิจ Aviation: แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึงในทุกภูมิภาค แต่ปริมาณการให้บริการโดยรวมยังคงเติบโต โดยมีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,486 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 92% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ 27% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 5,560 ล้านลิตร

  • กลุ่มธุรกิจ Utilities: รายได้รวมจำนวน 102.9 ล้านบาท ลดลง 12% จากการลดลงของรายได้จากการจัดเก็บน้ำมันและรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน ทั้งนี้ การลดลงของปริมาณการขนส่งมีสาเหตุหลักจากภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดที่ตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2569 ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ท่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

  • กลุ่มธุรกิจ Power: รายได้รวม จำนวน 74 ล้านบาท จากการขายพลังงานไฟฟ้า และขณะเดียวกันมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิปรับลดลง 4%

ตอกย้ำความแกร่งด้วยเรทติ้ง BBB(tha)

ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ของ BAFS GROUP ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจของบริษัท ความสามารถในการบริหารองค์กร การบริหารความเสี่ยง การจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ระดับ BBB(tha) พร้อมแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) นับเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งด้านการเงินของ BAFS และบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานครบวงจรและผู้นำด้านธุรกิจบริการพลังงานของประเทศ