GPSC ท็อปฟอร์ม! โชว์กำไร Q1/69 ทะยาน 1,719 ล้าน โตกระฉูด 51% อานิสงส์ดีมานด์อุตสาหกรรมฟื้น-บริหารต้นทุนสุดเฉียบ

GPSC (โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่) ประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 สุดแกร่ง! กวาดกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท เติบโตทะลุ 51% รับแรงหนุนยอดขายไฟฟ้า-ไอน้ำกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมพุ่ง พร้อมโชว์ฝีมือบริหารต้นทุนฝ่ามรสุมพลังงานผันผวน ลุยปั้นพอร์ตพลังงานสะอาดต่างประเทศรับเทรนด์โลก

GPSC เปิดปี 69 แกร่ง กำไร Q1 แตะ 1,719 ล้านบาท 

บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP จากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

โลโก้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท.
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต

บริหารพอร์ตเยี่ยม ดันกำไรพุ่ง 51% ฝ่ามรสุมพลังงาน

นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. กล่าวว่า

“ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 51 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 4,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงความสามารถของ GPSC ในการบริหารจัดการพอร์ตธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านพลังงานที่ยังมีความผันผวน โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพของสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า”

ในไตรมาส 1 ปี 2569 ภาพรวมปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำของ ธุรกิจ SPP หรือโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:

  • ปริมาณขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า)

  • ปริมาณขายไอน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อนหน้า) สะท้อนความต้องการใช้พลังงานของภาคอุตสาหกรรมที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ท่ามกลางความท้าทายต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจ โดยบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสนี้กลุ่มโรงไฟฟ้า IPP หรือโรงไฟฟ้าผู้ผลิตอิสระ มีการหยุดซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

ครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และกังหันลมผลิตไฟฟ้า สะท้อนภาพลักษณ์ธุรกิจพลังงานสะอาดของ GPSC
GPSC เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ลุยพอร์ตพลังงานหมุนเวียนต่างประเทศ ดัน AEPL จ่ายไฟเพิ่ม 1,099 MW

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการ โดยได้รับการสนับสนุนจาก:

  • โรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL): ได้รับปัจจัยบวกจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ช่วยควบคุมต้นทุนทางการเงินของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง (CFXD) ในไต้หวัน: แม้ผลการดำเนินงานปรับลดลงตามฤดูกาล แต่มีการรับรู้รายได้จากการรับประกันเพื่อชดเชยจากความพร้อมจ่ายของกังหันลม

  • โครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย: บริษัท อวาด้า เอนเนอร์ยี่ ไพรเวท ลิมิเต็ด (AEPL) ยังคงเดินหน้าตามแผนงาน โดยมีการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2569 รวมประมาณ 1,099 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ สอดคล้องกับทิศทางการกระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนของบริษัทฯ

โครงสร้างโรงไฟฟ้าของ GPSC ยามค่ำคืน สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักในการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ
ธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP เติบโตแข็งแกร่ง รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ GPSC ยังคงมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารพอร์ตการลงทุน และการต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน สร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น และขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคตของกลุ่ม ปตท.

ข้อมูลเกี่ยวกับ GPSC GPSC ถือหุ้นโดย บมจ.ปตท. (PTT) ในสัดส่วน 47.27% บจ. สยาม แมนเนจเม้นท์ โฮลดิ้ง (SMH: บริษัทย่อยที่ PTT ถือหุ้นทั้งหมด) 7.96% บมจ.ไทยออยล์ (TOP) 10.00% บมจ.พีทีที โกลบอลเคมิคอล (GC) 10.00% และนักลงทุนทั่วไป 24.77%

GPSC แกนนำในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคของกลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และอื่นๆ โดยปัจจุบัน มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติแล้วตามสัดส่วนการถือหุ้น (Equity MW) รวมประมาณ 13,666 เมกะวัตต์ ไอน้ำรวมประมาณ 3,294 ตันต่อชั่วโมง น้ำเย็นรวมประมาณ 10,184 ตันความเย็น และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมรวมประมาณ 7,689 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นบริษัทโรงไฟฟ้าเอกชนที่มีกำลังการผลิตตามการลงทุนที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในสามของประเทศ