ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) ลุยขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเต็มสูบ ล่าสุดคิกออฟเริ่มก่อสร้างโครงการ Solar Farm ภายใต้รูปแบบ FiT แห่งแรก ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครราชสีมา จ่อ COD ปี 2570 ชูวิสัยทัศน์หนุนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ก้าวสำคัญสู่พลังงานสะอาดและสังคมคาร์บอนต่ำ
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า การเริ่มก่อสร้างโครงการในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ WHAUP ในการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดภายใต้รูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจพลังงาน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ทั้งนี้ WHAUP ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้รูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ครบทั้ง 6 โครงการแล้ว คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 136 เมกะวัตต์ โดยโครงการ Solar Farm ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ณ จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นโครงการแรกที่เริ่มดำเนินการก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date หรือ COD) ได้ในปีพ.ศ. 2570 สะท้อนถึงความพร้อมของบริษัทในการเดินหน้าพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผนการลงทุนที่วางไว้
“WHAUP มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงการที่สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างยั่งยืน” นายอัครินทร์ กล่าว

ลุยขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเต็มสูบ
ณ สิ้นครึ่งปีแรกของปี 2569 WHAUP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 1,052 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 542 เมกะวัตต์ และยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการดังต่อไปนี้
โครงการ Solar Rooftop
โครงการ Solar Farm
โครงการ Floating Solar
โครงการพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น ๆ
ควบคู่กับการพัฒนาโซลูชันและเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต อาทิ ระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System หรือ BESS) การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายพลังงานระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) รวมถึงโซลูชันด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Reduction Solutions) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำของภาคอุตสาหกรรม
พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสการลงทุนจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ และนโยบายการส่งเสริมพลังงานสะอาดของภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจพลังงานและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “WHA Shape the Future for Thailand” ของ WHA Group ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศไทย


