กลุ่มดุสิตธานี ได้รับการจัดอันดับจากมิชลิน ไกด์ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของโรงแรมและห้องอาหารในหลายแบรนด์และหลายประเทศทั่วโลก ไฮไลต์สำคัญในปี 2569 คือ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โรงแรมเรือธงโฉมใหม่ใจกลางกรุงที่เชื่อมโยงมุมมองสีเขียวของสวนลุมพินี ได้รับการเลื่อนระดับจาก 1 กุญแจ เป็น 2 กุญแจมิชลิน (Two Michelin Keys) ซึ่งมอบให้แก่ที่พักที่มีความโดดเด่นเป็นเลิศ
ยึดมั่นรากเหง้าบริการแบบไทยตอบโจทย์นักเดินทาง
นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ได้รับ 2 กุญแจมิชลิน จากการประกาศรายชื่อโรงแรมและร้านอาหารล่าสุดของ “มิชลิน ไกด์” ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และยิ่งมีความหมายมากขึ้นเมื่อโรงแรมและห้องอาหารในเครือของดุสิตธานีอีกหลายแห่งได้รับการรับรองจากมิชลินเช่นกัน
สำหรับความสำเร็จนี้มาจากความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และความใส่ใจของทีมงานทุกคน อีกทั้งยังตอกย้ำว่าการยึดมั่นในรากเหง้าการบริการแบบไทยควบคู่ไปกับการปรับตัวให้ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ สามารถสร้างความประทับใจในระดับสากลได้นับเป็นผลงานของทีมงานที่น่าภูมิใจและกลุ่มดุสิตธานีจะนำมาตรฐานดังกล่าวไปต่อยอดในทุกโครงการต่อไป
ดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ มาตรฐานลักชัวรีร่วมสมัย
โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ มีความโดดเด่นดังนี้
-
มีขนาดจำนวนห้องพัก 257 ห้อง
-
ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมของโรงแรมระดับตำนานที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2513 ก่อนปิดปรับปรุงในปี 2562 และกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนกันยายน 2567
-
เป็นหัวใจหลักของโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) ระดับแลนด์มาร์ก ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม ที่พักอาศัยระดับหรู อาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และสวนสาธารณะลอยฟ้าขนาดใหญ่
-
ได้รับการวางตำแหน่งให้เป็นมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ดุสิตธานี โดยนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมมาตีความในรูปแบบร่วมสมัย
-
ห้องพักทุกห้องเปิดรับวิวสวนลุมพินี สะท้อนทิศทางใหม่ของการบริการระดับลักชัวรีในเครือดุสิต ที่ผสานการต้อนรับแบบไทยเข้ากับดีไซน์สมัยใหม่ การดูแลเฉพาะบุคคล และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น
ยกทัพโรงแรมและห้องอาหารคว้ามาตรฐานมิชลินทั่วโลก
นอกจากนี้ โรงแรมและห้องอาหารในเครือยังได้รับความสำเร็จจากมิชลินอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ จุดหมายปลายทาง และรูปแบบการบริการในเครือดุสิต ตั้งแต่โรงแรมระดับลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงร้านอาหารหลากหลายคอนเซปต์ ดังนี้
-
ดุสิตธานี เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และ ดุสิตธานี มักตัน เซบู รีสอร์ท ประเทศฟิลิปปินส์ ต่างยังคง รักษามาตรฐาน 1 กุญแจมิชลิน (One Michelin Key) เอาไว้ได้ ทำให้เครือดุสิตมีโรงแรมระดับกุญแจมิชลินรวมอยู่ใน 3 ประเทศ สะท้อนการประยุกต์การบริการแบบไทยให้สอดรับกับพื้นที่ที่แตกต่างกัน
-
โรงแรมภายใต้แบรนด์ไลฟ์สไตล์อย่าง อาศัย กรุงเทพฯ ไชน่าทาวน์, อาศัย กรุงเทพฯ สาทร และ อาศัย เกียวโต ชิโจ ก็ติดทำเนียบโรงแรมแนะนำของมิชลิน ไกด์ เช่นกัน จากการประเมินด้านคุณภาพ คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน และการเชื่อมโยงกับชุมชน
-
ห้องอาหาร ‘คานนูบี บาย อุมแบร์โต บอมบานา’ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ สามารถคว้า 1 ดาวมิชลิน ในคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2569 ทำให้เป็นร้านอาหารอิตาเลียนเพียงแห่งเดียวในไทยที่ได้รับดาวมิชลินในรอบนี้ หลังจากได้รับดาวดวงแรกจากการประกาศผลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568
-
สำหรับพื้นที่อื่นในกรุงเทพฯ ห้องอาหารเวียดนาม เธียนดอง ณ บ้านดุสิตธานี ยังคงรักษาสถานะ บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) ของมิชลินไว้ได้ ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับร้านอาหารคุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล
-
ในฟิลิปปินส์ ห้องอาหารไทยตำรับประณีตอย่าง ‘เบญจรงค์’ และห้องอาหารญี่ปุ่น ‘อูมุ’ ณ โรงแรมดุสิตธานี มะนิลา ต่างได้รับการจัดอันดับให้เป็นร้านอาหารแนะนำ (Michelin Selected) ในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฟิลิปปินส์ ประจำปี 2569
-
ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ห้องอาหารอินเดียร่วมสมัย ‘นามัค’ ณ โรงแรมดุสิตธานี อาบูดาบี ก็ยังคงรักษาสถานะร้านอาหารแนะนำ Michelin Selected ไว้อย่างต่อเนื่อง

