TMAN เปิดโรงงาน เฮเว่น เฮิร์บ โชว์ศักยภาพผลิตนวัตกรรม Longevity ดันไทยสู่ Global Wellness Hub

บมจ.ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล หรือ TMAN เดินหน้าสร้าง New S-Curve กลุ่มธุรกิจ Health & Wellness เปิดโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ ปักหมุดฐานการผลิตนวัตกรรม Longevity ครบวงจร วางงบ 50 ล้านบาทต่อปีทรานส์ฟอร์มสู่ Smart Factory พร้อมคลอด 15 ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใน 5 ปีรับเทรนด์สุขภาพโลก

รุกนวัตกรรม Longevity รับเทรนด์สุขภาพโลก

นายประพล ฐานะโชติพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล จำกัด (มหาชน) หรือ TMAN หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิต และจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ รุกสร้าง New S-Curve ในกลุ่มธุรกิจ Health & Wellness ด้วยนวัตกรรม Longevity และการเพิ่มช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีให้ยาวนาน (Healthspan) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ‘มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน’

การนำความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งเป็นแกนหลักขับเคลื่อน เพื่อรับกับทิศทางอุตสาหกรรม Health & Wellness ทั่วโลกเข้าสู่ยุคการดูแลชีวิตให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity) ส่งผลให้มีความต้องการการดูแลในเชิงของการป้องกัน การเข้าสู่สังคมสูงวัย และภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัจจัยสำคัญทำให้ตลาด Healthcare ของประเทศไทยเติบโต โดยข้อมูล MarkNtel Advisors ประเมินมูลค่าตลาดปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 37.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 61.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2575 เติบโตเฉลี่ย 8.49% ต่อปี

สำหรับแผนธุรกิจการขยายพอร์ตโฟลิโอ Longevity ภายใน 5 ปี จะส่งมอบผลิตภัณฑ์กลุ่มการดูแลสุขภาพที่มุ่งเน้นโซลูชันการดูแลชีวิตให้ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Science-backed Longevity Solutions) ประมาณ 15 รายการ (SKUs) ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีและสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้

  • ระบบเผาผลาญและในระดับเซลล์

  • สุขภาพลำไส้และการอักเสบ

  • สมองและการนอนหลับ

  • สุขภาพผิว รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

ภาพคณะสื่อมวลชนและผู้บริหารสวมชุดคลุมปฏิบัติการไร้ฝุ่นสีขาว (Cleanroom Suit) พร้อมหมวกและหน้ากากอนามัย ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันชูนิ้วโป้งแสดงความเยี่ยมยอดภายในพื้นที่โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ
TMAN เปิดโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ โชว์ศักยภาพฐานการผลิตยกระดับสู่ Smart Factory แบบครบวงจร

ในระยะยาวจะพัฒนาสู่ Health Solutions ที่ผสานกับเทคโนโลยี โดยในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า วางเป้าหมายจะมีรายได้จากกลุ่มดังกล่าว 5–10% ของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งจะเป็น Growth Engine ใหม่ ที่เข้ามาเสริมฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมวางเป้าหมายยกระดับจากผู้ผลิตและจำหน่ายเวชภัณฑ์ยา สู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกันโรค การดูแลสุขภาพ และคุณภาพชีวิต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

ผนึกศักยภาพบริษัทในเครือ สู่ Global Wellness Hub

บริษัทฯ นำศักยภาพกลุ่มบริษัทในเครือมาบูรณาการร่วมกัน ประกอบด้วย

  • ที.แมน ฟาร์มาซูติคอล มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตยา การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

  • โนว่า เฮลธ์ พร้อมเปิดรับนวัตกรรม (Open Innovation) และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่

  • โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ เป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่ครบวงจรที่สุด

บริษัทฯ สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมยา งานวิจัย และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ มาประยุกต์ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรม Longevity ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รุกขยายฐานตลาดทั้งในและต่างประเทศ รับดีมานด์ของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามทั่วโลก ทั้งในรูปแบบการรับจ้างผลิต (OEM) และการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ODM) สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนทั้งด้านรายได้และกำไร ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การต่อยอดและขยายสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม

“ด้วยศักยภาพและความพร้อมทั้งหมดนี้ ในฐานะผู้ผลิตที่มีประสบการณ์และมาตรฐานการผลิตระดับอุตสาหกรรมยา ทำให้สามารถเข้ามาเชื่อมโยงทุกขั้นตอนได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่งานวิจัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการผลักดันผลิตภัณฑ์จากไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ในระยะยาว บริษัทฯ พร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ภาคการศึกษา นักวิจัย และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยให้มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน Healthcare Ecosystem ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น Global Wellness Hub อย่างเป็นรูปธรรม” นายประพล กล่าว

ยกระดับโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ สู่ Smart Factory

นายตรัส อบสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ TMAN กล่าวว่า โรงงานเฮเว่น เฮิร์บ เป็นฐานการผลิตที่ครบวงจรที่สุดในอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม ตั้งแต่การสกัดสารสำคัญจากสมุนไพร การพัฒนาและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาต่อยอดจากสมุนไพรในรูปแบบที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ตลอดจนการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ Health & Wellness และ Preventive Healthcare ที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล อาทิ

  • GMP PIC/S มาตรฐานการผลิตยาและเวชภัณฑ์ที่ดีในระดับสากล

  • ISO 22716 มาตรฐานเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

  • ISO 22000 มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยด้านอาหารระดับสากล

ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางผลิต (Hub) ที่มีคุณภาพ ความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกมิติทั้งอุตสาหกรรมสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และความงามในระดับ Regional

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ วางแผนทรานส์ฟอร์มโรงงานเฮเว่น เฮิร์บอย่างต่อเนื่อง วางงบลงทุน 50 ล้านบาทต่อปี เพื่อสร้างรากฐานการผลิตให้แข็งแกร่งก้าวสู่ Smart Factory อย่างเต็มรูปแบบ รองรับการขยายตลาดในอนาคต โดยภายในโรงงานขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย การขยายกำลังการผลิต ตลอดจนระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต สร้างความสม่ำเสมอของคุณภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมสุขภาพ พร้อมทั้งมุ่งบริหารต้นทุนได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่าง อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ประสิทธิภาพด้านต้นทุน (Cost Efficiency) และความพร้อมด้านกำลังการผลิต (Capacity Readiness) เพื่อรองรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Health & Wellness ในอนาคต

ภาพจัดแสดงกลุ่มผลิตภัณฑ์ Myda Series ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เด่น (Hero Product) ของ TMAN ประกอบด้วยสบู่ไมด้า แป้งไมด้า และครีมไมด้า-บี จัดเรียงอย่างโดดเด่นบนชั้นวางโชว์สินค้า
กลุ่มผลิตภัณฑ์ Myda Series หนึ่งในผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก TMAN ที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน

ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนภายใต้กรอบ ESG

นอกจากนี้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน TMAN ดำเนินธุรกิจโดยการให้ความสำคัญภายใต้กรอบ ESG โดยโรงงานเฮเว่น เฮิร์บ มุ่งดำเนินการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 3 มิติ ดังนี้

  • มิติสิ่งแวดล้อม บริหารจัดการกระบวนการผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งคุณภาพอากาศ น้ำเสียและของเสีย ทำให้ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 2 (Green Industry Level 2)

  • มิติสังคม สนับสนุนการสร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุและคนในชุมชน เปิดโรงงานเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษาแพทย์แผนไทย ร่วมมือกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดการปัญหายาเสพติด จนได้รับรางวัลโรงงานสีขาว ระดับ 3 ทั้งยังร่วมมือกับนักวิจัย สถาบันต่างๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์และเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย

  • มิติ Supply Chain บริหารจัดการครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรักษาความต่อเนื่องของการผลิต